สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและเร่งรัดติดตามงบไทยเข้มแข็ง

มาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่าย

ครม.เห็นชอบมาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและขอความร่วมมือจากส่วนราชการให้ใช้ดุลพินิจในการเบิกค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้

๑. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ขอความร่วมมือให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมทุกแห่งใช้อำนาจตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.๒๕๒๖ (มาตรา ๖) โดยขอความร่วมมือให้ออกระเบียบภายในให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เบิกค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศในอัตราชั้นประหยัด เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และอธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวงหรืออธิบดีจะเบิกค่าโดยสารเครื่องบินในอัตราที่ตนมีสิทธิหรือในอัตราต่ำกว่าที่ตนเองมีสิทธิได้รับก็ได้

๒. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการฝึกอบรม ขอความร่วมมือให้เบิกในอัตรา ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ส่วนค่าอาหารในการฝึกอบรม กรณีจัดฝึกอบรมในสถานที่ราชการ ขอความร่วมมือให้เบิกไม่เกินคนละ ๑๕๐ บาทต่อมื้อ ส่วนกรณีจัดฝึกอบรมในสถานที่เอกชน ถ้าจัดเลี้ยงอาหารมื้อเดียว เช่น มื้อกลางวัน ขอความร่วมมือให้เบิกได้ไม่เกินคนละ ๔๐๐ บาท (ถ้าเลี้ยงเกิน ๑ มื้อ ให้เบิกไม่เกินอัตราตามระเบียบ)

๓. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุม ให้เบิกในอัตรา ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ส่วนค่าอาหารในการประชุม ไม่เกิน ๘๐ บาทต่อมื้อต่อคน โดยขอความร่วมมือให้จัดประชุมภายในสถานที่ราชการ

ทั้งนี้ การเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้น หากส่วนราชการไม่สามารถเบิกจ่ายตามอัตราที่ขอความร่วมมือไว้ได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาเบิกจ่าย โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม และประหยัดภายใต้หลักเกณฑ์ของระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ



  • มาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕

ครม.เห็นชอบมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้

๑. กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินตามแผนที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓

๒. ให้หน่วยงานที่ได้รับเงินโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ ดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ ๑ และบันทึกข้อมูล แผนงาน งวดงานและงวดเงิน ตามระบบที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายงานผลความก้าวหน้าตามแผนงาน งวดงานและงวดเงิน ที่สอดคล้องกับความสำเร็จของงานในแต่ละเดือน ไตรมาส เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายเงิน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ

๓. ให้นำอัตราการเบิกจ่ายเงินโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน

๔. ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดกำกับหน่วยงานในสังกัด ที่ได้รับเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินอย่างเคร่งครัด

๕. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่มบทบาทให้คลังจังหวัดดำเนินการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ของส่วนราชการในจังหวัดเพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ในส่วนที่กำหนดให้หน่วยงานส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณพิจารณา เพื่อขอจัดสรรเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นั้น ในทางปฏิบัติมีกรณีที่อาจจะไม่สามารถปฏิบัติได้ จึงเห็นควรผ่อนผันกรณี รายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ให้จัดสรรเงินได้จนถึงวันพุธที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ และสำหรับรายการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่ผ่อนผัน รัฐมนตรีเจ้าสังกัดควรนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

ไม่มีความคิดเห็น: