สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สำนักเลขาธิการซีมีโอ SEA MEO

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญตั้งแต่เริ่มก่อตั้งซีมีโอเมื่อ ๔๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ รมว.ศธ.ในฐานะประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลา ๑ ปี ต่อจากมาเลเซีย และจะส่งต่อตำแหน่งประธานสภาซีเมคให้ฟิลิปปินส์ในเดือนมกราคม ๒๕๕๓

ความสำเร็จของซีมีโอ สะท้อนให้เห็นจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อเดือนกรกฎาคม ได้มีการเปิดศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓ ศูนย์ คือ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา ที่ประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคด้านการศึกษาพิเศษ ที่ประเทศมาเลเซีย ขณะนี้ซีมีโอมีศูนย์ทั้งหมดรวม ๑๙ ศูนย์ จะเห็นว่ามิใช่จำนวนของศูนย์ระดับภูมิภาคเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีความพยายามในการเสริมสร้างสัมพันธภาพและพัฒนาความเป็นหุ้นส่วน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน

หัวใจสำคัญของการทำงานของซีมีโอ คือ ต้องทำงานร่วมกับยูเนสโกรวมถึงอาเซียนด้วย เพื่อเดินหน้าไปสู่การศึกษาเพื่อปวงชน และการเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘ ทุกอย่างจะสอดคล้องต้องกัน งานสำคัญคือโอกาสและคุณภาพที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ ศธ.กำลังเตรียมเด็กไทยเข้าสู่อาเซียน โดยสร้างคนไทยยุคใหม่ ให้มีคุณสมบัติอย่างน้อย ๕ ด้าน คือ เก่ง ดี มีความสุข ภาคภูมิใจในความเป็นไทยและก้าวไกลสู่สากล อย่างน้อยที่สุดต้องเรียนรู้เรื่องอาเซียน ซึ่งจะมีการให้ความรู้ในโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อเตรียมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอีก ๖ ปีข้างหน้า โดยมีหลักสูตรและกิจกรรมเข้าไปเสริม


รมว.ศธ.กล่าวสรุปว่า ได้มอบหมายให้ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยการอุดมศึกษาและการพัฒนา(RIHED) ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศไทยเร่งรัดให้ประเทศสมาชิกจัดทำ TQF เหมือนที่ใช้ในระดับอุดมศึกษาของไทย เพื่อให้มาตรฐานอุดมศึกษาของประเทศสมาชิกอยู่ในระดับเดียวกัน อันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและการแลกเปลี่ยนหน่วยกิตระหว่างกัน เช่น เรียนที่ประเทศอินโดนีเซีย ๒ ปี และเรียนที่ไทย ๒ ปี ก็สามารถเทียบวุฒิกันได้ เป็นต้น


นอกจากนี้ ซีมีโอได้เตรียมโครงการสำหรับปี ๒๕๕๓ ไว้ ๒ โครงการ ได้แก่ เรื่องทรัพยากรน้ำกับสุขอนามัย และการผลักดันการสอนทวิภาษาในประเทศสมาชิก ซึ่งขณะนี้ไทยได้เริ่มแล้ว โดยมอบเป็นนโยบายสำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เด็กประถมศึกษาเรียนภาษามลายูก่อนที่จะเริ่มเรียนภาษาไทยและค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนจาก ๐ เป็นร้อยละ ๒๕, ๕๐ และ ๑๐๐ ในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น: