สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

จุฬาราชมนตรี คนที่ 18

ภายหลัง นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันพุธที่ 24 มีนาคม 2553 ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริรวมอายุได้ 94 ปี นอกจากความเศร้าเสียใจแล้ว สิ่งที่พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศต่างเฝ้าคอยติดตามก็คือ ใครจะได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีในฐานะ ‘ประมุข’ ของมุสลิมในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 ที่ต้องมีการสรรหาจุฬาราชมนตรีคนใหม่

นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ นั้นได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรี หลังนายประเสริฐ มะหะหมัด ถึงแก่อนิจกรรมปี 2540 จึงนับเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 โดยมีการกำหนดคุณสมบัติของจุฬาราชมนตรีไว้ว่า 1 เป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด 2 มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ 3 เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี 4 เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามโดยเคร่งครัด 5 เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกศาสนา 6 เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย 8 ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 9 ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 10 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทั้งนี้ประมุขมุสลิมในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยจุฬาราชมนตรีคนแรกแต่งตั้งในสมัยพระเจ้าทรงธรรม คือ ‘เชค อะหมัด’ เป็นพ่อค้าวานิชชาวเปอร์เชีย นิกายชีอะห์ นับเป็น ‘ปฐมแห่งจุฬาราชมนตรี’ และเป็นต้นตระกูล ‘บุนนาค’ และจุฬาราชมนตรีตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยากระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ ล้วนแต่มาจาก ‘นิกายชีอะห์’ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมุสลิม ‘สายสุหนี่’ ในยุคของ นายแช่ม พรหมยงค์ สมัยรัชกาลที่ 8

ห้วงที่มีการเสนอชื่อจุฬาราชมนตรีคนใหม่ ปรากฏว่ามีรายชื่อบุคคลที่เป็น ‘แคนดิเดท’ อยู่หลากหลายชื่อ กระทั่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 39 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 716 คน จากทั้งหมด 751 คน เข้าร่วมการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ คลอง 9 จ.ปทุมธานี เพื่อเลือกจุฬาราชมนตรีคนใหม่ โดยมีนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ธีระ สลักเพชร รมว.กระทรวงวัฒนธรรม มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาจุฬาราชมนตรี มงคล สุระสัจจะ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง และผู้แทนเอกอัครราชทูตประเทศมุสลิม เข้าร่วมสังเกตการณ์

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ได้นำเสนอรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาเป็นจุฬาราชมนตรีรวม 9 คน ประกอบด้วย นายสมาน มาลีพันธ์ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล นายวินัย สะมะอูน นายอรุณ อีซอ นายอรุณ บุญชม นายอิมรอน มะลูลีม นายทวี นภากร นายทองคำ มะหะหมัด และนายอรุณ วันแอเลาะห์

ผลการลงคะแนนปรากฏว่า ‘อาศิส พิทักษ์คุมพล’ อายุ ๖๓ ปี ได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรีคนใหม่ ด้วยคะแนนสนับสนุนมากถึง 423 คะแนน

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล นับเป็นตัวแทนจากภาคใต้คนแรกที่ได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรี ในฐานะพื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดสงขลา เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งยังดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย อาทิ รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประธานชมรมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่ปรึกษาสภาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เคยร่วมเป็นคณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี ‘เหตุการณ์กรือเซะ’ และเหตุการณ์สลายการชุมนุม ‘ตากใบ’ โดยเฉพาะผลงานที่โดดเด่น คือ การเป็นแกนหลักประสานทั้งภาครัฐ การเมือง เอกชน และภาคประชาชน ดำเนินโครงการก่อสร้างมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา งบกว่า 143 ล้านบาท กระทั่งโครงการประสบความสำเร็จ ได้รับคำชื่นชมถึง ‘พลังสามัคคี’ และความสวยงามเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

ไม่มีความคิดเห็น: