สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เปิดใจเด็กเก่ง แอดมิชชัน'53

“ปารมี กีรติวิทยานันท์” เจ้าของคะแนนอันดับหนึ่งถึง 88.83% จาก ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ตนใช้ระยะเวลาในการเตรียมตัวมานาน อาศัยความสม่ำเสมอ ไม่ได้มาทุ่มเทแค่ช่วงก่อนสอบเท่านั้น สิ่งสำคัญ คือ การตั้งเป้าหมายของตัวเองให้แน่วแน่ ว่าอยากเรียนด้านนิติศาสตร์จริงก็จะทำให้เราพยายามให้ถึงที่สุด เนื่องจากนิติศาสตร์เป็นสายงานที่ท้าทาย สามารถเหลือผู้คนได้มาก เพราะในสังคมยังมีคนจำนวนน้อย ที่รู้กฎหมายต่างๆ อย่างแท้จริง ทำให้ไม่ได้รับความยุติธรรม ดังนั้นหากมีโอกาสเข้าไปศึกษาอย่างจริงจังอาจจะมีส่วนช่วยได้

ปารมียังบอกว่า แม้จะทุ่มเทให้กับการเรียน แต่ก็แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆด้วย เพราะชีวิตจะได้มีครบทุกส่วน ทั้งยังมองว่าบางครั้งความรู้ในหนังสือก็ไม่ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

“กิจกรรมทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติม โดยปกติจะเล่นเปียโน ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ และเป็นนักเรียนผู้นำกิจกรรมด้านภาษาไทยค่ะ การเรียนในห้องเรียนสำคัญที่สุด แม้ตนเรียนพิเศษบ้าง แต่ก็เป็นการเรียนเพื่อเก็บตกความคิดเท่านั้น เพราะเมื่อกลับมาก็ต้องมาทบทวนด้วยตัวเองอยู่ดี” ว่าที่นิสิตนิติศาสตร์ทิ้งท้าย

ด้านนักเรียนจากต่างจังหวัดผู้ทำคะแนนได้สูงถึง 85% อย่าง “ศิริมา ระงับภัย” จากโรงเรียนนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเลือกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นอันดับ 1 โดยตั้งใจเลือกวิชาเอกภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าเป็นสาขาวิชาที่มีโอกาสเปิดกว้างในการทำงาน และแม้ว่าจะเป็นนักเรียนจากต่างจังหวัด ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่าง เพราะเชื่อว่าหากมีความตั้งใจจริง ก็สามารถทำได้

“เคยพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่า อยากทำคะแนนให้ได้เป็นที่ 1 ในระดับประเทศ แล้วก็เริ่มเตรียมตัวสอบจริงจังประมาณ ม. 5 อ่านหนังสือตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แต่ถ้าวันไหนเหนื่อยก็ไม่ได้อ่าน ไม่ได้เครียดมาก เรื่องเรียนพิเศษก็มีบ้าง แต่ตอน ม.6 ก็ไม่ได้เรียนอีก เพราะหากตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้ว ก็ไม่จำเป็นอีก แค่ทบทวนอ่านหนังสืออยู่บ้านค่ะ และอยากบอกว่าพ่อแม่มีส่วนสำคัญมาก เพราะท่านเปิดโอกาสให้เลือกคณะได้ตามอิสระ” ผู้สอบได้ที่ 1 ศิลปศาสตร์ มธ.กล่าว

“ณฐวรรณ เปาอินทร์” หรือ น้ำ จาก ร.ร.สาธิต มศว ปทุมวัน ซึ่งสอบได้คะแนนสูงสุดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า เคล็ดลับในการทำข้อสอบคือการนำข้อสอบในปีเก่าๆ มาทบทวนดูถึงแนวทางการออกสอบ ในส่วนของครอบครัวนั้นไม่ได้กดดันอะไรมาก ให้อิสระในการเลือกเรียนในสิ่งที่ตนชอบ ไม่บังคับเรียนพิเศษ ตนอยากจะเรียนอะไรก็เพียงแค่บอกพ่อแม่ก็จะให้การสนับบสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ว่าจะสอบติดหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหา

“เคยยื่นสอบตรงไปแล้วแต่ไม่ติดจึงเป็นแรงผลักดันให้กลับมาตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรู้ตัวเองว่าเป็นคนเรียนไม่ได้เก่งที่สุดในห้อง เกรดเฉลี่ยถือว่ากลางๆ ที่ประมาณ 3.78 แต่ตัวเองเป็นคนที่ไม่เครียดกับเรื่องต่างๆ เรียนอย่างมีความสุข และตั้งใจกับสิ่งที่มุ่งหวังเอาไว้ ตรงนี้อาจทำให้ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดหวังในปีนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป” น้องน้ำ กล่าว

ส่วน "พิมพ์นภา กังสนันท์" หรือ พิมพ์ จากร.ร.ราชินีบน ซึ่งสอบติดที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เคล็ดลับที่ทำให้สอบติดคิดว่าอยู่ที่การแบ่งเวลาให้ชัดเจนเป็นสัดส่วน ตนถือว่าเป็นเด็กกิจกรรมคนหนึ่ง ก็ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบทั้งด้านการเรียนและการทำกิจกรรม จึงแบ่งเวลาในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ในการเตรียมตัวสอบ โดยการทบทวนหนังสือส่วนใหญ่เป็นการนำหนังสือ และข้อสอบย้อนหลังมาอ่านทบทวน ซึ่งจะทำให้เข้าใจแนวทางข้อสอบซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากและเข้าใจง่าย

พิมพ์นภา กล่าวต่อว่า ในส่วนของครอบครัวนั้นได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เต็มที่ ไม่มีการบังคับ อยากเรียนอะไรก็ให้เรียนตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามทั้งพ่อแม่ถือว่าเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ อีกส่วนหนึ่งคืออาจารย์ก็มีส่วนสำคัญที่คอยเป็นกำลังใจและคอยแนะนำในเรื่องการเรียนทุกๆ เรื่อง
“ที่เลือกเรียนนิเทศฯ เพราะชอบงานด้านบันเทิง และงานด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะนำความรู้ที่ได้มาประกอบใช้กับธุรกิจของทางครอบครัว ทั้งนี้เมื่อได้เข้ามาเรียนที่นี่ ก็อยากมีโอกาสได้เป็นคนอัญเชิญพระเกี้ยว ซึ่งจะถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” น้องพิมพ์ กล่าว

พิมพ์นภา กล่าวอีกว่า ตนอยากฝากไปถึงเพื่อนๆ ที่พลาดหวังกับการสอบในครั้งนี้อยากให้ทกคนมีกำลังใจ เพราะถึงแม้จะไม่ติดในคณะที่ตั้งใจไว้ ก็เชื่อว่าจะผ่านตรงนี้ไปได้ และได้เรียนในที่ที่ดีต่อไปเช่นกัน เพราะเพียงแค่สอบไม่ติดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต

"พิชชา ลีลาพรพิสิฐ" หรือ ส้ม จากร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย (แผนกมัธยม) สอบได้ที่ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า ตนจะพูดกับตัวเองว่าเมื่อจะทำอะไรก็จะทำอย่างถึงที่สุด ต้องมีความพยายาม เพื่อเดินไปให้ถึงเป้าหมาย ทั้งนี้ทางครอบครัวได้ให้อิสระกับการเรียนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งส่งเสริมอย่างการเรียนพิเศษก็จะเลือกเรียนเอง และผู้ปกครองก็จะสนับสนุน ไปรับ ส่งเป็นประจำ

พิชชา กล่าวต่อว่า ตนชอบเรียนคณิตศาสตร์ สนใจงานด้านเศรษฐกิจ รู้สึกว่าเมื่อได้เรียนแล้วตัวเองมีความสุข จึงพยายามตั้งใจที่จะสอบเข้าเรียนคณะนี้ให้ได้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ได้เรียนในสิ่งที่ชอบได้

“สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดหวังก็ไม่อยากให้เครียดอะไรมา เพราะการสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อนๆ ยังมีทางเลือกในการเรียนต่ออีกมากมาย ก็ไม่อยากให้สิ้นหวัง และจะขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู่ต่อไป"

อีกหนึ่งคนเก่ง "กรัณฑรัตน์ ครองสิริวัฒน์" หรือ กัน จากร.ร.เตรียมอุดมศึกษา สอบได้ที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและตื่นเต้นอย่างมากเมื่อทราบข่าวว่าสอบได้ ซึ่งถือว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะที่ผ่านมาก็จะพยายามตั้งใจเรียนในห้องให้เต็มที่ ซึ่งตนก็ไม่ชอบเรียนกวดวิชาจึงต้องตั้งใจทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของครอบครัวก็ได้ให้ความช่วยเหลือคอยเป็นกำลังใจให้อย่างเต็มที่ สำหรับการเลือกคณะนั้นพ่อแม่ก็ให้เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้บังคับอะไร

ขณะที่ “ณัฐพร ตองอ่อน” หรือ โดนัท หนุ่มพิการทางสายตา ทำการสอบได้ที่ คณะคุรุศาสตร์ (สังคมศึกษา) มรภ.บ้านสมเด็จเพระยา หนุ่มพิการทางสายตาเผยว่า ดีใจที่ได้เรียนยังคณะที่ต้องการ เพราะฝันอยากเป็นครูสอนคนตาบอด ตลอดจนพ่อกับแม่ตนเองก็อยากให้เป็นครู

“ที่ผ่านมานับว่าผมก็พยายามทั้งอ่านและก็ทำแบบฝึกหัดข้อสอบเก่าๆ ผ่านทางเว็บไซต์ โดยสำหรับการทำข้อสอบเก่าย้อนหลังแบบคนตาบอดอย่างผมค่อนข้างที่จะยากเย็นกว่าคนปกติ เพราะต้องทำผ่านเว็บและใช้โปรแกรมเสียง ส่วนการอ่านก็อ่านผ่านอักษรเบลล์ แต่มันก็พิสูจน์แล้วว่าความพยายามอยู่ไหนความสำเร็จอยู่นั่น โดยหลังจากนี้ผมตั้งใจมุ่งมั่นเรียนในสาขาครู แม้อาจจะต้องย้ายจากประจวบเรียนมากรุงเทพฯแต่ก็คงต้องปรับตัวกันไป ส่วนกิจกรรมในมหาวิทยาลัยผมคงต้องขอดูอีกทีว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง” หนุ่มโดนัท ระบุ

ไม่มีความคิดเห็น: