สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การจัดทำแผนพัฒนา รร.ดีประจำตำบล

รมว.ศธ.กล่าวว่า ภายในระยะเวลา ๑๐ ปีข้างหน้า จะเห็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในประเทศไทย โดยแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญไม่เพียงจะมีศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หรือห้องสมุดประชาชนเท่านั้น แต่โรงเรียนดีประจำตำบล และ กศน.ตำบลจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผสมผสานกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล ที่จะมีการเชื่อมโยงร่วมกันทั้งด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จึงถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก เพราะโรงเรียนดีประจำตำบลจะเกิดขึ้นในปีนี้เป็นปีแรก จึงขอให้ทุกท่านอดทนต่อปัญหาอุปสรรค ที่จะต้องมีกระบวนการดำเนินการให้เกิดขึ้น ทั้งนี้โรงเรียนดีประจำตำบลถือว่าเกิดจากประชาคมในตำบล ท่านจึงเสมือนขุนศึกที่ปราศจากอาวุธ เพราะการเริ่มดำเนินการในปีแรกถือเป็นเรื่องยากลำบากทั้งในส่วนของข้าราชการและบุคคลในท้องถิ่นที่จะทำให้เกิดโรงเรียนดีประจำตำบลเกิดขึ้น การที่เราร่วมสร้างประชาคมในตำบลจึงเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ความพยายามในการเปิดความคิดใหม่ในการบริหารแบบเครือข่าย เพื่อไม่ให้เกิดแรงต้านในชุมชน

องค์ประกอบในการสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล

รมว.ศธ.กล่าวว่า องค์ประกอบโรงเรียนดีประจำตำบลต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ๑) ต้องการยกระดับคุณภาพมาตรฐานโรงเรียนให้สูงขึ้น โดยมีสิ่งแวดล้อมที่ดีทั้งกายภาพและคุณภาพ ๒) ต้องเป็นโรงเรียนในกำกับของชุมชน เพราะจะต้องมีการพูดคุยกับนายก อบต. และมีการทำ MOU ร่วมกัน โดยเฉพาะข้อแรกที่ต้องทำคือ รถรับส่งนักเรียนของ อบต. ๓) จะเป็นโรงเรียนดีที่สร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียน ทั้งระหว่างโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง หรือร่วมมือกับโรงเรียนดีระดับจังหวัด ระดับสากล โรงเรียนนานาชาติ ความร่วมมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษามาร่วมดูแลพัฒนาภูมิทัศน์ให้บรรยากาศโรงเรียนร่มรื่น การจัดทำเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่จะช่วยดูแลให้ครอบคลุมทั้งเด็กปกติ และเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ เด็กเรียนร่วมในประเภทต่างๆ ด้วย

รูปแบบของโรงเรียนดีประจำตำบล

ในปีนี้จะเริ่มสร้างโรงเรียนดีประจำตำบลรวม ๑๘๒ โรงเรียนใน ๑๘๒ เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งหากโรงเรียนใดมีการทำ MOU กับ อบต.ได้ ก็จะมีการจัดงบประมาณไปให้ดำเนินการเต็มรูปแบบ รวมทั้งงบประมาณที่เตรียมไว้ดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เพื่อต่อยอดอีก ๒,๓๐๐ ล้านบาท โดยรูปแบบที่ต้องการพัฒนาโรงเรียนนั้นต้องมีรูปแบบดังนี้ ๑) เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะมีการปรับปรุงทางด้านกายภาพให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทันที คือ มีอาคารหลักอย่างน้อย ๑ หลัง อาคารประกอบอื่นๆ ที่ปรับปรุงซ่อมแซมแล้ว มีจำนวนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนในสัดส่วน ๑:๑๐ มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีห้องสมุด๓ดี มีศูนย์กีฬาหรือสระว่ายน้ำ รวมทั้งศูนย์การเรียนอาชีพด้านต่างๆ ที่อาชีวศึกษาจะเข้าไปช่วย ๒) มีการบริหารจัดการใหม่ รวมทั้งการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู ผู้บริหารเป็นพิเศษ ๓) มีครูที่ดี มีจำนวนครูที่จบการศึกษาในกลุ่มสาขาวิชาเอกที่สำคัญอย่างน้อย ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๔) จะส่งเสริมให้สนองตอบต่อชุมชน ซึ่งต่อไปโรงเรียนจะมีหอประชุมขนาดใหญ่ ใช้สำหรับรองรับงานต่างๆ ของชุมชน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นกระบวนการที่ ศธ.สามารถดำเนินการด้วยการสนับสนุนงบประมาณและการบริหารจัดการ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถช่วยได้ คือโรงเรียนต้องปรับตัวเองขึ้นมาเพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการของชุมชน

ภาพแห่งความสำเร็จ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ภาพแห่งความสำเร็จการดำเนินการในปีนี้จะมีผลต่อการคัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีต่อไป และจะมีท้องถิ่นเข้ามาดูงานโรงเรียนต้นแบบด้วย นอกจากนี้ภาพแห่งความสำเร็จของการเป็นโรงเรียนดีประจำตำบลนั้น จะต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น และเกิดเป็นแรงจูงใจให้ผู้ปกครองเข้ามาสนับสนุนโรงเรียนเพิ่มมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ภาพแห่งความสำเร็จจะทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนในทุกระดับ โรงเรียนดีประจำตำบลจึงถือเป็นกรอบความคิดที่ท้าทาย ขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไปต่อยอดให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์ตามแต่ละท้องถิ่น หวังว่าการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้จะได้ข้อเสนอดีๆ ที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มรูปแบบภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดเรื่องเวลา โดยโรงเรียนจะต้องวางแผนว่าในปีนี้จะดำเนินการกี่ห้องเรียน มีการเตรียมรูปแบบของอาคารที่สามารถขยายชั้นเรียนต่อไปได้ในอนาคต พิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียน

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ขอให้มั่นใจว่า การศึกษาของไทยจะเกิดการพัฒนามากขึ้นภายใต้นโยบายนี้ เพราะในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาสนองตอบต่อคนที่มีฐานะปานกลางถึงค่อนข้างดี แต่การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองนั้น เราต้องการยกระดับการศึกษาของคนด้อยโอกาส โรงเรียนในชนบทให้ได้มาตรฐานสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายที่จะให้การศึกษาของเราได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น เช่นเดียวกับผลสำเร็จของโครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากจากนานาชาติ.

ไม่มีความคิดเห็น: