สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความก้าวหน้าการดำเนินงานขององค์กรหลัก

รมว.ศธ.กล่าวว่า องค์กรหลักได้รายงานผลการนำนโยบายที่ได้กำหนดไว้แล้วไปปฏิบัติจริง โดยมีแผนและกรอบการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ดังนี้

ความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปรองดองแห่งชาติของ ศธ. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานและดำเนินการตามแผนปรองดองเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ได้กำหนดระยะเร่งด่วนดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งมีกิจกรรมตอบสนองยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ ด้าน ประกอบด้วย กิจกรรม ศธ.รวมพลังเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ การพัฒนาการเรียนการสอนให้ทุกสถานศึกษานำการเรียนการสอนเข้าสู่แผนปรองดอง โดยเริ่มต้นจากตัวนักเรียนในการกล่าวคำปฏิญาณเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย การสร้างเครือข่ายและยกย่องพลเมืองดีเป็นบุคคลต้นแบบ การรณรงค์เพื่อขยายผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน เริ่มในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ และการประชาสัมพันธ์เพื่อขยายผลนำไปสู่การใช้การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองดี ศธ.ได้มีมติให้นำเรื่องนี้เข้า ครม.เพื่อรับทราบในสัปดาห์ต่อไป เนื่องจากการใช้การศึกษาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ศธ.ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนอื่นด้วย จึงได้มอบหมายให้ สกศ. เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบต่อไป

ความคืบหน้าเพลิงไหม้อาคารเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนได้มอบให้วิศวกรที่ปรึกษาของโรงเรียน สถาปนิกและภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการซ่อมแซมปรับปรุงอาคาร และจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น ๑๓๐ ล้านบาท เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมห้องเรียน โดยห้องเรียนชั้นที่ ๔-๗ ให้สามารถใช้งานได้ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ สำหรับศูนย์วิทยบริการ ห้องฉายภาพเสมือนจริงดาราศาสตร์สามมิติ จะดำเนินการให้ใช้งานได้ก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้โรงเรียนจัดทำรายละเอียดงบประมาณ เพื่อ ศธ.จะได้เสนอขออนุมัติงบประมาณกลางกรณีฉุกเฉินจาก ครม.ต่อไป

รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่ง สกอ.ได้เสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาของ สกอ. แต่เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น สกอ. สอศ. และ สป. ที่ประชุมจึงมีมติให้ สกอ. ตั้งคณะทำงานเพื่อหารือกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหลักสูตร ว่าควรจะเป็นหลักสูตรใด มีความเชื่อมต่อในแต่ละระดับการศึกษาอย่างไร โดยให้นำผลการหารือเสนอต่อที่ประชุมองค์กรหลักภายใน ๓ เดือน

นโยบายส่งเสริมการจัดตั้งหน่วยลูกเสือประชาธิปไตยในโรงเรียน สำนักงานการลูกเสือยุวกาชาด และกิจการลูกเสือ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้เสนอการจัดตั้งหน่วยลูกเสือประชาธิปไตยในทุกสังกัด โดยให้มีกองลูกเสือทุกโรงเรียน มีผู้บังคับบัญชาและลูกเสือที่ผ่านการอบรมลูกเสือประชาธิปไตยอย่างน้อย ๓๖ คน และจะเปิดตัวโครงการลูกเสือประชาธิปไตย ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่สนามศุภชลาศัย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ คน โครงการเร่งด่วนจัดตั้งลูกเสือประชาธิปไตยนั้น จะดำเนินการทั้งหมด ๔๔ โรงเรียน จำนวน ๑,๕๘๔ คนภายใน ๒ เดือน โดยนำหลักการของลูกเสือประชาธิปไตย ๖ ข้อ ได้แก่ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในระบอบประชาธิปไตย ลูกเสือกับสถาบันหลักของชาติ ลูกเสือกับการปกครองประชาธิปไตย ลูกเสือกับอำนาจอธิปไตย ลูกเสือกับหลักการประชาธิปไตย และลูกเสือกับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง เป็นจุดเริ่มต้นในการบูรณาการเพื่อใช้การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง และหลักสูตรลูกเสือมุ่งเน้นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เน้นความมีวินัย มีกติกา ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม

โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ศธ.จะจัดมหกรรมรักการอ่าน ในวันที่ ๑๔-๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งร่วมกับสมาคมรักการอ่านและสมาคมโรงพิมพ์หนังสือเอกชน ซึ่งจะมีพิธีเปิดในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. โดย รมว.ศธ.เป็นประธานพิธีเปิด กิจกรรมในงานประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ สป.รับผิดชอบ อ่านตั้งแต่เล็ก สกศ.รับผิดชอบ เด็กรักการอ่าน สพฐ.รับผิดชอบ อ่านเพื่อชีวิต กศน.รับผิดชอบ อ่านคิดค้นคว้า สกอ.รับผิดชอบ อ่านสร้างอาชีพ สอศ.รับผิดชอบ นักอ่านยุวชน สช.รับผิดชอบ อ่านวิทย์คิดสนุก สสวท.รับผิดชอบ เศรษฐกิจพอเพียง สป.รับผิดชอบ นอกจากนี้จะมีภาคีรักการอ่านเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็น สสส. TK Park นานมีบุคส์ และหอสมุดแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมรักการอ่านพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ ๑๔-๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหานักเรียนช่วงชั้นที่ ๑ ป.๑-ป.๓ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นที่สนใจหลังจากมีข่าวเผยแพร่ออกไปทางสื่อมวลชนว่า สภาพปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียนชั้น ป.๑-ป.๓ ต่ำกว่าเกณฑ์จากการประเมิน National Test- NT ซึ่งในปีการศึกษา ๒๕๕๑ มีนร.ที่ยังอ่านไม่ออก ๔๙,๐๐๐ คน เขียนไม่ได้ ๔๙,๐๐๐ คน ปีการศึกษา ๒๕๕๒ มีนักเรียนอ่านไม่ออก ๓๗,๐๐๐ คน เขียนไม่ได้ ๔๒,๐๐๐ คน จากสภาพปัญหาที่เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ศธ.ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงได้มีโครงการเข้าไปช่วยเหลือดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น โครงการจัดทำหนังสือเพื่อการอ่านคล่องเขียนคล่อง โครงการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการอ่าน โดยได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร่วมกับโรงเรียน วิเคราะห์สภาพปัญหาของเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอนเสริมเรื่องการอ่าน ตลอดจนกำกับติดตามให้โรงเรียนแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนที่ยังมีความสามารถด้านการอ่านต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนั้น ได้มอบให้ สพฐ.เป็นเจ้าภาพหลักในการเร่งรัดติดตาม โดยจัดทำตัวเลขให้เห็นชัดเจนของนักเรียนกลุ่มต่างๆ เช่น นักเรียนกลุ่มพิเศษ นักเรียนชายขอบ นักเรียนชายแดนภาคใต้ นักเรียนที่ใช้ภาษาถิ่น นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาอื่น ฯลฯ ซึ่งไม่ควรจะนำมารวมกับเด็กปกติ มิฉะนั้นจะทำให้ภาพรวมของนักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีจำนวนค่อนข้างมาก

โรงเรียนดีประจำตำบล สพฐ.รายงานความก้าวหน้าเรื่องการเตรียมการงบประมาณในปี ๒๕๕๓ ซึ่ง ครม.และสำนักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้ดำเนินการสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล ๑๘๒ โรงเรียน งบประมาณ ๑,๗๑๗ ล้านบาท ศธ.ได้ทำเรื่องขอเสนอจัดตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๔ จำนวน ๒,๑๘๘ ล้านบาท ให้การขยายผลสร้างโรงเรียนดีประจำตำบลทุกตำบลกว่า ๗,๐๐๐ ตำบล ทั้งนี้จะได้หารือร่วมกันระหว่าง สพฐ.กับกระทรวงมหาดไทย โดยจะมีการจัดกิจกรรมเปิดตัวเพื่อร่วมสร้างโรงเรียนดีประจำตำบลในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ หลังจากนั้นจะดำเนินการทำประชาคม MOU ตลอดถึงการผลักดันให้มีโรงเรียนดีประจำตำบลทุกตำบล เพื่อยกระดับมาตรฐานและคุณภาพโรงเรียนดีประจำตำบลให้ใกล้เคียงกับโรงเรียนที่มีคุณภาพในเมืองต่อไป ขณะนี้โรงเรียนนำร่อง ๑๘๒ โรงเรียนได้ทำ MOU กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ที่จะดำเนินการเป็นโรงเรียนต้นแบบเพื่อยกระดับเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล โดยในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ร่วมสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล เพราะช่วยตอบโจทย์คุณภาพ โอกาสและความเสมอภาคของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และตอบโจทย์เรื่องการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นที่เป็นรูปธรรมต่อไป.

ไม่มีความคิดเห็น: