สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ครม.เห็นชอบมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริมการอ่าน

รมว.ศธ. กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเชิงรุกสนับสนุนการอ่าน อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งกำหนดให้บุคคลธรรมดาให้ยกเว้นภาษีเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อน ตามมาตรา ๔๗ แห่งประมวลรัษฎากร จำนวน ๒ เท่าของจำนวนเงินที่เป็นค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการอ่าน แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกิน ๑๐% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการอ่านมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการลดต้นทุนแก่ผู้ผลิตหนังสือ ๒ มาตรการ คือ
๑. ลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบหรือกระดาษที่ใช้พิมพ์หนังสือ และ
๒. ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์สิ่งพิมพ์หรือหนังสือ

สำหรับการให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีซื้อหนังสือและสื่อเพื่อส่งเสริมการอ่าน โดยบริจาคแก่สถานศึกษาของราชการและเอกชนหรือห้องสมุดขององค์กร โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... และหลังจากที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว กรมสรรพากรก็จะออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกันต่อไป

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกระทรวงการคลังได้รับเรื่องการพิจารณาลดหย่อนภาษีการนำเข้ากระดาษ และไปปรับเปลี่ยนฐานภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ผลิตหนังสือหรือโรงพิมพ์ต่างๆ ให้เข้าสู่ฐานการพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้คิดภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๐ ก็จะมีผลโดยตรงที่จะทำให้ราคาหนังสือลดลงมาได้ ทั้งนี้ จะมีการนำเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งภายใน ๒ สัปดาห์.

สพฐ.ทำแผนปี54 เน้นเด็กอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมจัดทำแผนปฎิบัติการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของงบประมาณปี 2554 ซึ่งได้กำหนดจุดเน้น 10 เรื่อง ได้แก่

1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กจะต้องสูงขึ้นทั้งกลุ่มสาระวิชาหลัก

2. เด็กช่วงชั้นที่ 1-3 จะต้องอ่าน ออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น

3.คุณธรรมนำความรู้ มีจิตสำนึกของการรักชาติ 4.มุ่งพัฒนาผู้เรียนไปสู่ความเป็นเลิศ 5.การศึกษาทางเลือก เพื่อผู้เรียนที่มีข้อจำกัดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กชายขอบ จะต้องได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

6.การวางรากฐานให้กับผู้เรียน เน้นการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 7.เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

8.การบริหารจัดการด้านการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจชายแดนใต้

9.บริหารจัดการโรงเรียนที่มีคุณภาพ

และ10.การบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยต้องจัดทำตัวชี้วัดด้านต่างๆ เพื่อดูประสิทธิภาพของการบริหารงานในเขตพื้นที่และการกำกับดูแลโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวด้วยว่า จุดเน้นดังกล่าวจะครอบคลุมในเรื่องของโอกาส คุณภาพ และการมีส่วนร่วม ดังนั้น จากจุดเน้นทั้ง 10 เรื่องจะนำไปสู่การจัดทำแผนปฎิบัติการประจำปี 2554 โดยจะมีการจัดทำโครงการและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านต่างๆอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่ตัวชี้วัดของการกำกับติดตามเขตพื้นที่ตลอดปี 2554 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และการดำเนินการของ สพฐ. จะมีการกำกับดูแลความคืบหน้าในทุกๆไตรมาสพร้อมมีการประเมินเพื่อให้รางวัลความดีความชอบจากฐานของตัวชี้วัด และการสนองนโยบายที่ สพฐ.ได้มอบหมายไป

ไม่มีความคิดเห็น: