สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ผลการประชุม กนป.ครั้งที่ ๖/๒๕๕๓

รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๖๑ โดยมีเป้าหมายสร้างพลเมืองที่มีความสามารถในการปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย ให้หน่วยงานที่จัดการศึกษาทุกภาคส่วน สนับสนุนความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ยกระดับเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีความเป็นพลเมืองภายในปี ๒๕๖๑ และให้ประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นสังคมพลเมือง และสังคมที่มีความเข้มแข็ง เตรียมทรัพยากรบุคคลสู่การเป็นพลเมืองของอาเซียน และพลเมืองของโลก
ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๖๑ รวม ๔ ด้าน ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองสำหรับเด็กและเยาวชน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองสำหรับผู้ใหญ่ ครอบครัวและชุมชน

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างพลเมืองในวงกว้างและการสร้างความตระหนักในสังคม โดยใช้สื่อมวลชน

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การเชื่อมประสานเครือข่ายภาครัฐและเอกชน


นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างความเป็นพลเมืองว่า ขอให้วัดผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากตัวผู้เรียน หรือตัวของเป้าหมายคือ พลเมือง ที่ได้รับการเรียนรู้จากแบบอย่างที่ดี ใช้ระบบการศึกษาที่ต้องบ่มเพาะ หรือทำด้วยจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองดี โดยการสร้างจิตสำนึกจะต้องเริ่มจากผู้บริหาร ครู และการมีส่วนร่วมของนักเรียน มีการจัดเวทีที่ดีสำหรับนักเรียน ในการแสดงออกซึ่งความเป็นพลเมืองตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ จนกลายเป็นพลเมืองที่ดี การสร้างความพลเมือง นับว่าเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ฉะนั้น แผนในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง จะต้องสอดคล้องกับแผนเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้น จะต้องดำเนินการให้เด็กเป็นทั้งคนเก่ง คนดี และมีความรับผิดชอบ

รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์และมาตรการการปฏิรูประบบคุรุศึกษาของประเทศ ที่เสนอโดยคณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายกำหนดยุทธศาสตร์หลัก เพื่อให้คนไทยยุคใหม่ใฝ่ดี ใฝ่รู้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และมีคุณภาพการศึกษาที่ดี ต้องมียุทธศาสตร์ในการปฏิรูปครู ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

การปฏิรูประบบคุรุศึกษาของประเทศทั้งระบบ มียุทธศาสตร์ ๖ ข้อ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การยกเครื่องระบบการพัฒนาและฝึกอบรมครู

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างครูพันธุ์ใหม่

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การส่งเสริมนวัตกรรมหลักสูตรการผลิตครู

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การยกเครื่องระบบบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรทางการศึกษา

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การเสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งให้สถาบันผลิตครูโดยกลไกคลัสเตอร์คุรุศึกษา


ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้มีการทบทวนในเรื่องการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ว่าควรจะมีโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ อย่างไร ซึ่ง รมว.ศธ.ได้เสนอต่อที่ประชุมให้ทบทวนจำนวนตัวเลขการผลิตครู ๔ ปีในช่วงเวลา ๑ ปี ๓ ปี และ ๕ ปีข้างหน้า การผลิตครู ๕ ปี และ ๔+๒ ปี ให้เกิดความชัดเจน เพื่อนำไปสู่แผนในการขับเคลื่อนและกำหนดนโยบายของ ศธ. รวมทั้งให้เร่งรัดการจัดทำหลักสูตรการผลิตครูของคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ให้สอดคล้องกับการผลิตนักเรียนให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาและมีความเป็นสากล จึงต้องมีการพัฒนาหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการประเมินผล ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: