สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

คอลัมน์: สถานีก.ค.ศ : ความผิดที่ขรก.ครูฯ ถูกบังคับให้ออกจากราชการ โดยไม่สมัครใจ

โดย ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.

ก.ค.ศ.เป็นองค์กรบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีหน้าที่หลักพอสรุปได้ว่าสรรหา พัฒนา บำรุงรักษา และการให้ออกจากราชการ โดยเฉพาะการให้ออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับความเป็นครูกระทำการขาดสติหรือโดยเจตนา จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่สามารถครองตนได้ เป็นเหตุต้องถูกไล่ออก ปลดออกจากราชการหรือถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือนภาคทัณฑ์ เป็นความสูญเสียทั้งอนาคตและประวัติการรับราชการโดยมีตัวอย่างพฤติการณ์การกระทำความผิด ดังนี้

ตัวอย่างเช่นกรณีเรียกรับเงินเพื่อให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู
ครู ส.กระทำผิดวินัยในเรื่องมีพฤติกรรมเรียกรับเงินเพื่อมีหรือเลื่อนวิทยฐานะจนถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยครู ส. ได้กระทำการร่วมกับผู้อื่นซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาผลงานวิชาการในการเลื่อนวิทยฐานะเรียกรับเงินจากผู้เสนอผลงานทางวิชาการเพื่อแลกกับการผ่านอ่านผลงานทางวิชาเป็นความผิดวินัยตามมาตรา 94 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 โทษปลดออกจากราชการ

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเรียกรับเงินครู ก. กระทำผิดวินัยในเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่าสามารถช่วยติดต่อให้เข้ารับราชการครูได้ โดยอ้างว่าตนรู้จักกับผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้ แต่ไม่ได้รับการบรรจุ มีบุคคลหลงเชื่อครู ก. จำนวน 5 ราย ครู ก. ได้นำทะเบียนประวัติ (ก.พ.7) มาให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลและขอค่าใบประกอบวิชาชีพอีกคนละ 500 บาท และต้องจ่ายเงินค่าติดต่อเพื่อให้ผู้เสียหายมีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมเงินที่ครู ก.หลอกลวงมาได้ทั้งสิ้น 1,005,000 บาท แต่สุดท้ายทุกคนไม่ได้รับการบรรจุครู ก. ถูกดำเนินคดีอาญา แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่า ผู้ถูกหลอกลวงไม่ใช่ผู้เสียหาย เป็นความผิดตามมาตรา94 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 โทษไล่ออกจากราชการ (ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ)

จากกรณีที่นำมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ ก็เพื่อให้ความรู้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านไม่ให้ประมาทกับชีวิต ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูในการที่จะช่วยกันส่งเสริมให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ไม่มีความคิดเห็น: