สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การผลิตครู วิกฤตและโอกาส

รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยกำลังปรับตัวและเตรียมการเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้ประเทศไทยต้องเพิ่มความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นระบบการผลิตครูจะให้ครูเรียนรู้ภายในประเทศอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จะต้องให้ครูมีโอกาสเรียนรู้ระบบการเปลี่ยนแปลงของโลกทุกๆ ด้าน เช่น ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย และสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาครู เพื่อให้ครูเกิดการเรียนรู้ระบบและเปิดโอกาสให้ครูได้พัฒนาตนเอง ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำกลับมาสอน ถ่ายทอด พัฒนาให้กับลูกศิษย์ และนำมาปรับปรุงในระบบการศึกษาของไทยต่อไป


ปัจจุบันระบบการผลิตครู สอนให้ครูมาเป็นผู้สอน ซึ่งครูก็มีความสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากบริบทของการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกด้าน เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม มีการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมาก ครูจึงต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำในการพัฒนาศักยภาพของประเทศมากขึ้น โดยระบบการผลิตและพัฒนาครูจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของ ศธ.ด้วย เพราะครูเป็นข้อต่อหรือตัวเชื่อมที่สำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ลงไปสู่ผู้เรียน

รมว.ศธ.กล่าวถึงประเด็นการทดสอบเพื่อวัดคุณภาพของครู ว่าขณะนี้เราต้องมองการศึกษาให้กว้างกว่าการสอบ เพราะการสอบมีการกำหนดข้อสอบที่ตายตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ศักยภาพของคน รูปแบบของการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพตนเอง หรือแม้แต่การถ่ายทอด เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง รูปแบบของการสอบก็จะต้องมีการพัฒนาไปมากกว่าการเป็นข้อสอบข้อเขียนอย่างเดียว สำหรับครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และมีความต้องการจะกลับมาสอน ก็สามารถกลับมาสอนได้ ซึ่งจะเป็นในรูปแบบของครูคลังสมอง หรือครูผู้เชี่ยวชาญ แม้กระทั่งผู้ที่มาจากสถานประกอบการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ก็สามารถมาสอนในรูปแบบของครูคลังสมองได้เช่นกัน

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ศธ.ได้ปรับหลักสูตรการศึกษาเป็นการศึกษาที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ (Area Based) ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏจะเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาคุณภาพพื้นที่ ต่อจากนี้ไป ศธ.จะต้องทำงานแบบบูรณาการ ลงไปทำงานในระดับจังหวัด มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หรือมหาวิทยาลัยวิจัย จะมีหน้าที่ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก การขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีและด้านเศรษฐกิจ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏจะทำหน้าที่ประสานและนำองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อถ่ายทอดลงสู่พื้นที่ตามศักยภาพของพื้นที่ด้วย

ที่มา - ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: