สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล - นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕ โดยมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งผลการประชุมสรุปสาระสำคัญดังนี้

รมว.ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบนโยบายในการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมองถึงความสำคัญของเด็กปฐมวัย ๕ ข้อซึ่งประกอบด้วย

๑) พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ ต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิต
๒) เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
๓) เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม
๔) สร้างฐานรากของชีวิต (Foundation/Building Blocks)
๕) เป็นช่วงวัยที่ต้องการการปลูกฝัง บ่มเพาะเป็นพิเศษ

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะเร่งรัดเพื่อให้เด็กปฐมวัย (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑) ทุกคนได้รับการพัฒนารอบด้านตามวัยอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ๘ กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงกลาโหม และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการจัดทำแผนการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องในแต่ละช่วงอายุ เช่น เรื่องอาหารเสริมทางสมอง นมแม่ ไอโอดีน การปลูกฝังค่านิยมต่างๆ ให้กับเด็กปฐมวัย (อายุ ๐-๖ ปี) เป็นต้น โดย ศธ.จะกลับไปรวบรวมรายละเอียดและประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผน ก่อนทำการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำข้อสรุปเสนอที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะจัดทำแผนแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ก่อนเสนอที่ประชุมพิจารณาประมาณต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๕

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ให้ความสำคัญเรื่องรักความเป็นไทย เช่น การนอบน้อม ขนบธรรมเนียม การมีวินัย มารยาท โดยจะต้องมีการสอนตั้งแต่เด็ก เพราะพัฒนาการทางสมองของเด็กตั้งแต่แรกเกิดนั้นรวดเร็วมาก ฉะนั้นการพัฒนาด้านสมองและการพัฒนาด้านสุขภาพเด็กตั้งแต่แรกเกิดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กมีวินัยในตนเอง มีคุณธรรมและจริยธรรมเมื่อเติบโตขึ้น โดยผลการวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศ พบว่าการลงทุนกับเด็กเพียง ๑ บาท จะได้กำไรคืนมา ๑๘ บาท หรือเท่ากับ ๑:๑๘ อันหมายความถึงการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องเด็กถูกคุมขัง เสพสิ่งเสพติด ค่าใช้จ่ายทางกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการลดภาระของรัฐเป็นอย่างมากด้วย


ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: