สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

ศธ.เตรียมเสนอสภาการศึกษา ไฟเขียวประกาศจำนวนเขตพื้นที่ฯ ใหม่

ศธ.เตรียมเสนอสภาการศึกษา ไฟเขียวประกาศจำนวนเขตพื้นที่ฯ ใหม่เป็น 268 เขต จากเดิม 225 เขต เพิ่มเขตมัธยมฯ เป็น 82 เขตจากเดิม 42 พร้อมเดินหน้าประกาศยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษา ต้นเดือน ก.พ.นี้ เชิญนายกฯ เป็นประธานแถลงข่าว
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเป็น 268 เขต จากเดิม 225 เขต โดยเขตพื้นที่การศึกษาใหม่นี้ จะแยกเป็นเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 82 เขต (77 จังหวัดละ 1 เขต ยกเว้น กรุงเทพฯ นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 2 เขต) และเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 186 เขต ทั้งนี้ สพฐ.ได้นำข้อเสนอเพิ่มจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาผ่านการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย รูปแบบการบริหารจัดการเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว หลังจากนี้ สพฐ.จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา (สกศ.) เพื่อพิจารณาประกาศปรับปรุงการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาใหม่ภายในเดือนมกราคมนี้

นอกจากนั้น ยังได้ขอให้องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของ ศธ.โดยเฉพาะ สพฐ.และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ช่วยรณรงค์ทำความเข้าใจเรื่องหลักสูตรมัธยมเชิงปฏิบัติการ เพราะยังมีหลายคนเข้าใจว่าเป็นหลักสูตรสายอาชีพเช่นเดียวกับหลักสูตรอาชีวศึกษา ย้ำว่า การจัดทำหลักสูตรเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจต่อสังคมว่า หลักสูตรเดิมมีการแบ่งเพียงสายวิทยาศาสตร์ และสายศิลปศาสตร์/ภาษา ซึ่งมุ่งเน้นให้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่หลักสูตรใหม่จะพัฒนานักเรียนตามศักยภาพและความถนัด โดยเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิชาชีพ สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และตัวนักเรียน เป็นการทำหลักสูตรให้ง่ายขึ้นสำหรับเด็ก โดยดึงส่วนที่ไม่จำเป็นสำหรับเด็กออก แบ่งเป็น 2 สาย คือ 1.การเตรียมความพร้อมเพื่อการประกอบอาชีพ ซึ่งจบออกมาแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ทันที 2.การเตรียมความพร้อมเพื่อความเป็นเลิศด้านวิชาชีพ ซึ่งสามารถเรียนต่อในสาขาวิชาตามความถนัดได้ ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับนโยบาย “กองทุนตั้งตัวได้” ที่จะมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาเพื่อให้รู้ว่าในแต่ละพื้นที่จะมีผลผลิตอะไรออกมาได้บ้าง ซึ่งสถานศึกษาจะต้องมีวิสาหกิจในสถานศึกษาของตนเอง ถือเป็นการจัดการเรียนการสอนทั้งระบบที่เน้นให้เป็นหลักสูตรการมีงานทำ

“ ศธ.ยังเตรียมประกาศแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเพื่อความยั่งยืน 2555 ในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมทั้งขอให้มีเรื่องข้อมูลของหลักสูตร 7 กลุ่มอาชีพ ที่จะประกาศใช้ในปีการศึกษา 2555 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยดำเนินการรี่วมกับ สพฐ.พร้อมทั้งขอให้กลุ่มงานวิจัยประสานกับนักวิจัยมาเปิดแสดงด้วย พร้อมทั้งกำชับว่ามหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับหลักสูตรการมีงานทำของนักเรียน เพราะจะเป็นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ ศธ. ” นายวรวัจน์ กล่าว


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น: