สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ก.ค.ศ.เบรกเกณฑ์ใหม่โยกย้ายผู้บริหาร ให้ใช้เกณฑ์เดิมไปก่อนในการโยกย้ายช่วง 1-15 ส.ค.นี้


       เมื่อวันที่ 31 ก.ค.55 นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ก.ค.ศ. ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผอ.และ ผอ.สถาานศึกษา ที่ได้ปรับเกณฑ์เพิ่มเติม โดยให้ผู้ผ่านเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ขึ้นบัญชีไว้ทุกคน โดยมีอายุการขึ้นบัญชีไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ที่ผ่านการสรรหา
      โดยการขึ้นบัญชีจะแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ จะมีการประกาศเป็นบัญชีรวมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบัญชีระดับเขตพื้นที่การศึกษา จะแยกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
       เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า ส่วนการบรรจุและแต่งตั้งผู้ที่สอบขึ้นบัญชีได้ในกรณีบัญชีกลุ่ม ใดกลุ่มหนึ่งมีจำนวนผู้ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาไม่พอกับตำแหน่งว่าง ที่จะบรรจุและแต่งตั้งหรือบัญชีผู้ผ่านการสรรหากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหมดบัญชีก่อน ให้ใช้บัญชีกลุ่มที่เหลือในการบรรจุและแต่งตั้งได้ ส่วนกรณีผู้ผ่านการสรรหาไม่มารายงานตัวตามวันเวลา และสถานที่ที่กำหนดให้ ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้งและต้องถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีทั้งหมด แต่หาก สพฐ.พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเหตุสุดวิสัยให้คงการขึ้นบัญชีของผู้ผ่านการสรรหาไว้ในลำดับเดิม เพื่อรอการบรรจุและแต่งตั้งต่อไป
      ทั้งนี้สำหรับกรณีผู้ผ่านการสรรหาที่ถึงลำดับที่จะต้องเลือกสถานศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งตามที่ระบุไว้ในการสมัครสอบ แต่หากมีผู้ผ่านการสรรหารายอื่นในลำดับที่ดีกว่าได้เลือกสถานศึกษาที่ได้เลือกไว้ไปก่อนแล้ว หรือไม่มีสถานศึกษาในเขตพื้นที่ฯ ที่ระบุไว้ในใบสมัครและหากผู้ที่ผ่านการสรรหาไม่สมัครที่จะบรรจุและแต่งตั้งให้คงการขึ้นบัญชีไว้ในลำดับเดิม ทั้งบัญชีรวมของ สพฐ.และบัญชีระดับเขตพื้นที่ฯ ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่ผู้ผ่านการสรรหาไม่ยอมบรรจุและแต่งตั้งทั้งที่มีตำแหน่งว่าง ตามใบสมัครที่ระบุไว้ จะต้องมีการยกเลิกการขึ้นบัญชีทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะใช้การสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯในครั้งหน้า

      "ที่ประชุมได้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ สพฐ.เสนอด้วย แต่ให้ที่ประชุมยังไม่มีมติเห็นชอบและได้ขอให้นำกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความละเอียดรอบคอบ ในประเด็นต่างๆ เช่น ขนาดของสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นต้น ส่วนการโยกย้ายครั้งใหม่นี้ให้ใช้เกณฑ์การย้ายเดิมไปก่อน ซึ่งจะเปิดให้ยื่นขอย้ายระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค.นี้" นางศิริพร กล่่าว

ที่มา สยามรัฐ วันที่ 31 ก.ค.2555



               เปิด 11 ชื่อ ชิงประธานบอร์ดคุรุสภา   

นายประวิทย์ บึงไสย เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ในฐานะกรรมการสรรหาประธานกรรมการคุรุสภา และสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มี ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการสรรหาฯภายหลังครบกำหนดส่งใบสมัคร หรือใบเสนอชื่อ ว่า ขณะนี้มีผู้สมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาในตำแหน่งประธานบอร์ดคุรุสภา 15 ราย และผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 7 ด้าน 113 ราย รวมทั้งสิ้น 128 ราย โดยในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ มีผู้สนใจสมัครด้านบริหารการศึกษา สูงที่สุด 28 ราย โดยคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประชุมเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้ง 128 คนแล้ว และ ดร.ศศิธารา ในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการสรรหา เรื่องบัญชีรายชื่อผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อที่มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นประธานคุรุสภา และเรื่องบัญชีรายชื่อผู้สมัคร และผู้ได้รับการเสนอชื่อที่มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคุรุสภา ผ่านเว็บไซต์ www.ksp.or.th เรียบร้อยแล้ว 
        เดิมได้วางแผนว่า เพื่อให้การสรรหาประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วเสร็จก่อนที่บอร์ดคุรุสภาชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 3 ส.ค.นี้ คณะกรรมการสรรหาฯจะเสนอรายชื่อประธานกรรมการคุรุสภา และผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ด้าน ให้ รมว.ศธ. พิจารณาเห็นชอบ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 ส.ค. 2555 แต่เนื่องจากมีผู้สมัครกว่า 128 คน ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาในการพิจารณามากขึ้น และคาดว่าจะเสนอรายชื่อให้ รมว.ศธ.ได้ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ " นายประวิทย์ กล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า บัญชีรายชื่อผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อที่มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นประธานคุรุสภา มี 11 ราย ดังนี้
1.รศ.สมศักดิ์ คงเที่ยง
2.นายเกษม กลั่นยิ่ง
3.นายผดุง สุริยะ
4.นายดิลก พัฒน์วิชัยโชติ
5.นายจำเนียร คชประเสริฐ
6.นายเสน่ห์ ขาวโต
7.นายธนภัทร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
8.รศ.ศิโรจน์ ผลพันธิน
9.ศ.ไพฑูรย์ สินลารัตน์
10.ศ.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
11.นายนิพนธ์ ชื่นตา
          ทั้งนี้ นายเกษม เพิ่งหมดวาระจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ นายเสน่ห์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ศธ. และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในครั้งนี้นอกจากจะลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานคุรุสภาแล้ว ยังได้ลงสมัครและมีชื่อในบัญชีรายชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาพิเศษด้วย.


ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


                            ′เยียวยา"ครูคศ.1หลักสูตร4ปี
          นายศักดิ์สิทธิ์ จุลราช ประธานชมรมครู คศ.1 แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนอยากเรียกร้องให้นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ช่วยเหลือเยียวยากลุ่มครู คศ. 1 หรือกลุ่มครูหลักสูตรครู 4 ปี ที่เข้าบรรจุรับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยในช่วงปี 2548-2551 โดยในช่วงนั้นเมื่อสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยได้ จะต้องทำงาน 2 ปี และต้องผ่านประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มข้นเพื่อให้ดำรงตำแหน่งครู แต่ในช่วงปี 2550 ที่กลุ่มครูผู้ช่วยผ่านการประเมินเป็นครู ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังไม่ได้ออกกฎ ก.ค.ศ.รองรับการปรับเงินเดือนเมื่อผ่านประเมินจากครูผู้ช่วยเป็นครู และ ก.ค.ศ.ได้ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการออกร่างกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ฉะนั้นจึงขอให้ใช้เงินเดือนในขั้นต่ำประมาณ 7,960 บาท ไปก่อน และเมื่อร่างกฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะปรับเงินเดือนย้อนหลังให้ แต่เมื่อกฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าวประกาศใช้ในเดือนกันยายน 2553 ไม่ได้มีการเยียวยาหรือปรับเงินเดือนย้อนหลังให้ตามอันดับเงินเดือนขั้นต่ำ คศ.1 สำหรับครูหลักสูตร 4 ปี จำนวน 10,770 บาท โดยทางกลุ่มของพวกตนได้ร้องเรียนเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว รวมทั้งได้ฟ้องต่อศาลปกครองช่วงปี 2553 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ฉะนั้นจึงอยากให้นายสุชาติเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ด้วย
        "ช่วงปี 2553 ที่กฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าว มีผลบังคับใช้ มีครูที่บรรจุช่วงปี 2548 หลายคนได้รับเงินเดือนเท่ากับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ค.ศ.เป็นจำนวนมาก แต่ ก.ค.ศ.ไม่ได้เยียวยาหรือปรับเงินเดือนย้อนหลังให้เลย แต่กลับไปปรับเงินเดือนให้กับกลุ่มครูที่เงินเดือนไม่ถึงขั้นต่ำ 10,770 บาทแทน จึงยิ่งทำให้คนบรรจุทีหลังได้เงินเดือนเท่ากับกลุ่มของพวกผม ทำให้เสียโอกาสมากซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 10,000 คน ทั้งนี้ได้ยื่นร้องเรียนเรื่องนี้ต่อหลายหน่วยงาน เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความเห็นว่าพวกผมควรได้รับการปรับเงินเดือนย้อนหลัง" ประธานชมรมครู คศ.1 แห่งประเทศไทย กล่าว
          นายกมล ศิริบรรณ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ก.ค.ศ.เข้าใจและเห็นใจกลุ่มครู คศ.1และได้วิเคราะห์ข้อมูลเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเสริมสร้างประสิทธิภาพ ที่มีนายพนม พงษ์ไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาเห็นชอบแล้ว และจะนำเรื่องนี้เสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณานำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้อนุมัติเยียวยาแก่กลุ่มครู คส.1 ที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการทำร่างกฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าว ได้เสนอให้มีการปรับเงินเดือนย้อนหลังแต่ถูกตัดออกในขั้นดำเนินการ


ที่มา มติชนออนไลน์                        

ไม่มีความคิดเห็น: