สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

๑ อำเภอ ๑ ทุน

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุม
           ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้รับทุนรุ่นที่ ๓ จำนวน ๕ ราย ศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทยตามความต้องการของผู้รับทุน ได้แก่ สาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ, สาขาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิรน์เอเชีย, สาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, สาขาทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
           ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้รับทุนรายหนึ่งของอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งสามารถสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อโดยทุนรุ่นที่ ๓ ในสาขาวิศวกรรมทรัพยากรธรณี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ขอสละสิทธิ์เพื่อเตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา ๒๕๕๖ ในสาขาแพทยศาสตร์ และกรณีผู้รับทุน ๑ รายของอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาในคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้าศึกษาของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยในปีการศึกษา ๒๕๕๖
          ที่ประชุมรับทราบมติ ครม.ดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งให้ ศธ.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลให้นักเรียนในแต่ละพื้นที่ เขต/อำเภอ มีโอกาสในการสมัครสอบแข่งขันเพื่อขอรับทุนได้อย่างเท่าเทียมกัน และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวง ศธ.เป็นรองประธานกรรมการ มีนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นายโอฬาร ไชยประวัติ ศาสตราจารย์บุญทัน ดอกไธสง รองศาสตราจารย์ปรีชา หงส์ไกรเลิศ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้แทน เลขาธิการคระกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือผู้แทน ผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.หรือผู้แทน เป็นกรรมการ และมีผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ เป็นกรรมการและเลขานุการ
          ที่ประชุมรับทราบผลดำเนินโครงการ ซึ่งรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สายสามัญและสายอาชีพที่เรียนดีและมีฐานะยากจนได้มีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ดำเนินการรุ่นที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๔๗ มีผู้รับทุนจำนวน ๙๒๑ คน และรุ่นที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๔๙ มีผู้รับทุนจำนวน ๙๑๕ คน รวม ๑,๘๓๖ คน ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วทั้งสองรุ่นจำนวน ๑,๒๐๕ คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕) จำแนกเป็น รุ่นที่ ๑ จำนวน ๗๒๓ คน (ในประเทศไทย จำนวน ๒๖๖ คน และต่างประเทศจำนวน ๔๕๗ คน) และกำลังศึกษาในประเทศไทย จำนวน ๗๔ คน และต่างประเทศจำนวน ๗๔ คน และรุ่นที่ ๒ จำนวน ๔๒๓ คน (ในประเทศไทย จำนวน ๑๓๓ คน และต่างประเทศจำนวน ๓๔๙ คน) และกำลังศึกษาในประเทศไทย จำนวน ๑๔๒ คน และต่างประเทศ จำนวน ๒๖๙ คน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาได้เข้าทำงานในหน่วยงานต่างๆ และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ดังนี้ ร้อยละ ๔๐ ทำงานในภาคเอกชน ร้อยละ ๓๐ ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท-เอก ร้อยละ ๒๗ ทำงานในภาครัฐ และร้อยละ ๓ ทำงานในรัฐวิสาหกิจและประกอบธุรกิจส่วนตัว
          ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้กำหนดนโยบายการศึกษา (ข้อย่อย) ๔.๑.๒ สร้างโอกาสทางการศึกษา กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม โดยให้ดำเนิน “โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งในปี ๒๕๕๕ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๓ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยมีเป้าหมายผู้รับทุนที่มีอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ซึ่งเป็นนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่าสายสามัญหรือสายอาชีพที่เรียนดี จำนวน ๙๒๘ คน จาก ๙๒๘ เขต/อำเภอทั่วประเทศ
          การดำเนินโครงการในรุ่นที่ ๓ ยังเปิดโอกาสให้กับผู้สนใจ สมัครรับทุนทุกคนโดยไม่จำกัดรายได้ครอบครัว เพื่อกระจายโอกาสให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกัน รวมทั้งให้ผู้รับทุนเลือกไปศึกษาในประเทศต่างๆทั้งที่เป็นกลุ่มประเทศเดิมที่นักเรียนทุนรุ่นที่ ๑ และ ๒ ไปศึกษา และกลุ่มประเทศใหม่ทั้งที่ใช้ภาษาอังกฤษและไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะพิจารณาจากประเทศที่มีระบบการศึกษาไม่ซับซ้อน มีมหาวิทยาลัยติดอันดับโลก และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยตามความเหมาะสม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานทั้ง ๒ รอบ ดังนี้
          - รอบที่ ๑ เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ ๙ มกราคม – ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สอบคัดเลือกข้อเขียนวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๕ และสอบสัมภาษณ์วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้รับทุนรัฐบาล จำนวน ๓๒๕ คนจาก ๓๒๕ เขต/อำเภอ ต่อมามีผู้ขอสละสิทธิ์ ๒ คน (อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล) คงเหลือผู้รับทุนรัฐบาล ๓๒๓ คน แยกเป็นแคนาดา ๓ คน ฝรั่งเศส ๒๑ คน เยอรมนี ๔๗ คน สวิตเซอร์แลนด์ ๑๒ คน เนเธอร์แลนด์ ๔๐ คน จีน ๔๒ คน ญี่ปุ่น ๙๘ คน และเรียนต่อในไทย ๖๐ คน สำหรับรอบที่ ๒ อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนผู้ผ่านการคัดเลือกประเภททุนส่วนตัว จำนวน ๙๒ คน
         - รอบที่ ๒ เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ ๒๓ เมษายน – ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อคัดเลือกผู้รับทุน จำนวน ๖๐๕ คน ในเขต/อำเภอ ที่ยังไม่มีผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบที่ ๑ โดยจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้รับทุนรัฐบาล จำนวน ๓๗๐ คน/อำเภอ ต่อมามีผู้ขอสละสิทธิ์ ๑ คน ของอำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง คงเหลือผู้รับทุนรัฐบาลในรอบที่ ๒ จำนวน ๓๖๙ คน ซึ่ง ก.พ.กำลังดำเนินการ
           สรุปจำนวนผู้ได้รับทุนรัฐบาลในรุ่นที่ ๓ รวมทั้งสิ้น ๖๙๒ คน และผู้เข้าร่วมโครงการประเภททุนส่วนตัว จำนวน ๙๒ คน แยกเป็นเรียนต่างประเทศ ๑๑ คน และในประเทศ ๘๑ คน
           รับทราบกำหนดการนำนักเรียนโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๓ เข้าคารวะและรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักเรียนทุนโครงการก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อ ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
           รมว.ศธ.กล่าวว่า ขอให้การดำเนินงานโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ยึดถือปรัชญาเดิมที่ต้องการให้โอกาสนักเรียนเก่งที่ยากจนได้ไปดูโลกภายนอก ได้ไปศึกษาต่างประเทศ เพื่อนำวิชาความรู้ด้านการบริหารประเทศกลับมาพัฒนาประเทศในอนาคต จึงไม่ควรที่จะออกกฎระเบียบที่ซับซ้อน ยุ่งยาก ทำให้นักเรียนบางส่วนเสียสิทธิ์ เช่น การออกใบรับรองรายได้ของครอบครัว เป็นต้น สำหรับการเตรียมความพร้อมของนักเรียนก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างเสมอภาค เปิดโอกาสให้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เช่น ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมของนักเรียนทุนด้านภาษาระหว่างประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษกับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษควรมีระยะเวลาที่เท่าเทียมกัน
          นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เตรียมการจัดนิทรรศการ จัดทำ Presentation เพื่อแสดงในโอกาสที่นำนักเรียนทุนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๓๐ สิงหาคมนี้ โดยควรมีรายละเอียดของนักเรียนทุนแต่ละรุ่น ประเทศและสาขาวิชา/คณะที่ผู้รับทุนมีโอกาสสำเร็จการศึกษาสูง (Positive List) ตัวอย่างนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศต่างๆ และเชิญนักเรียนทุนในแต่ละรุ่นเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: