สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ.2556

การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554
เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่ไปกับการจัดขจัดความยากจน ยาเสพติดและอิทธิพลอำนาจมืด โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นหลักปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี
กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและครอบคลุมกลุ่ม เป้าหมายอย่างมีคุณภาพ โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา 5 ยุทธศาสตร์ ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2556-2559 ดังนี้ยุทธศาสตร์และมาตรการเร่งด่วน
* พัฒนาคุณภาพการศึกษายกระดับการศึกษา ให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น
* ส่งเสริมการมีอาชีพและการมีงานทำในประเทศเชื่อมโยงประเทศในอาเซียน
* เสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา พ.ศ.2556-2559
1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา พัฒนาหลักสูตร พัฒนาศักยภาพผู้เรียนสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ ครู ผู้บริหาร และเทคโนโลยีการศึกษา
2.ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพการมีงานทำ สร้างความเป็นเลิศทางวิชาชีพ เตรียมความพร้อมของกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อรองรับตลาดในประเทศกลุ่มอาเซียนและประเทศโลกมุสลิมต่อไปในอนาคต
3.ยุทธศาสตร์ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมสร้างโอกาสในการได้รับการศึกษา โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรทาง การศึกษาตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงเด็กด้อยโอกาส เสริมสร้างทางเลือกการศึกษาตลอดชีวิต
4.ยุทธศาสตร์ การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมอิสลามศึกษา ปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นชาติไทยบนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรม
5.ยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา เพื่อส่งเสริมระบบการบริหารจัดการ การประสานและบูรณาการหน่วยงานการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเอกภาพ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการบูรณาการ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเพื่อดำเนินการในปี งบประมาณพ.ศ.2556 โดยคาดหวังว่า จะเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีคุณภาพทางสังคม เสริมสร้างความสุขและสันติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
สำนักประสานงานและบูรณาการการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงศึกษาธิการ
www.south-ed.moe.go.th

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



ครูอัตราจ้างโครงการ SP 2 บุกยื่น 4 ข้อ ให้สพฐ.เยียวยา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอมรรัตน์ ทองสาดี ประธานชมรมครูอัตราจ้างแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยครูอัตราจ้างในโครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่2 ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือ SP2 ทั่วประเทศ ประมาณ 100 คนเดินทางเพื่อยื่นหนังสือต่อนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างต่อไป
นายอมรรัตน์ กล่าวว่า ในโครงการ SP2 นั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ใช้งบประมาณในการจ้างครูอัตราจ้างตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ จำนวน 5,290 อัตราและโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จำนวน 3,323 อัตราซึ่งเป็นการจ้างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่ปี 2552 และทำสัญญาจ้างปีต่อปี แต่เมื่อเร็วๆ นี้ สพฐ.ได้ทำหนังสือให้จ้างครูอัตราจ้างถึงสิ้นเดือนกันยายน 2555 เท่านั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ 2556 สพฐ.ไม่มีงบประมาณเพื่อการจ้างครูอัตราจ้างแล้ว จากหนังสือดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการศึกษา
ดังนั้น พวกตนจึงได้เดินทางเพื่อยื่นหนังสือและขอเรียกร้อง ดังนี้1.ขอให้ต่อสัญญาจ้างให้กับครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการทุกปีโดยไม่ตัดโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบออกจาก สพฐ. โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในกลุ่มของลูกจ้างชั่วคราวและต่อสัญญาจ้างโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้กับบุคลากรเดิมโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกใหม่และโอนการดูแลมาอยู่ที่ สพฐ.
2.ขอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)พิจารณาให้ครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการอยู่ในหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ก.ค.ศ.กำหนดและให้ได้รับค่าครองชีพ 15,000 บาทตามนโยบายรัฐบาลและได้รับค่าครองชีพย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไปเหมือนลูกจ้างโครงการอื่นโดยไม่เลือกปฏิบัติ
3.ครูอัตราจ้างที่ทำงานครบ 3 ปีขอบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการเพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่การงานและเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่และ 4.เมื่อเป็นพนักงานราชการครบ 5 ปี ขอบรรจุเข้ารับตำแหน่งครูผู้ช่วยเพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่การงานและเป็นขวัญกำลังใจและการปฏิบัติหน้าที่


ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย


ไม่มีความคิดเห็น: