สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

มติ ครม. ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕

        อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
         ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงมีดังนี้
         ๑) กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษา ประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ และกำหนดให้มีกรรมการสรรหา
         ๒) กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มีอำนาจสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ
         ๓) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล การใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษา
         ๔) กำหนดบทเฉพาะกาล เกี่ยวกับแต่งตั้งคณะกรรมการ การดำเนินการของคณะกรรมการ และการจัดทำแผน ขั้นตอน และกรอบเวลาในการตรวจสอบ

อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ซึ่งเป็นตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง จำนวน ๒ ราย ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้
         ๑) นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
         ๒) รับโอน นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ

ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

เห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน
           ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงมีดังนี้
          ๑) กำหนดให้องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนอาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยได้ตามที่กำหนด
          ๒) กำหนดแบบคำขอ การยื่นคำขอ และแผนการจัดการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการจัดการศึกษาในการจัดตั้งศูนย์การเรียนขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน
          ๓) กำหนดให้คุณสมบัติของผู้เรียนในศูนย์การเรียนขององค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยเป็นไปตามที่กำหนด
          ๔) กำหนดให้ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนเป็นไปตามที่กำหนด และกำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการศูนย์การเรียน
          ๕) กำหนดหลักเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ และการออกหลักฐานทางการศึกษา
          ๖) กำหนดให้ศูนย์การเรียนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชนอื่นสำหรับการจัดการศึกษา
         ๗) กำหนดหลักเกณฑ์การเลิกศูนย์การเรียน และการเรียกเงินอุดหนุนคืน

ข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรี


                            สกศ.เร่งพัฒนาทักษะภาษา
          ดร.จิรพรรณ ปุณเกษม รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวในการเสวนาภาคีเครือข่ายการพัฒนาศักยภาพการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ว่า หากเปรียบเทียบกับอียู ซึ่งมีความเหมือนกันในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม มากกว่ากลุ่มอาเซียน ซึ่งมีภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ที่ต่างกัน จะทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างเสมอภาคและสมศักดิ์ศรี จะบริหารความแตกต่างนี้อย่างไร เพราะนักศึกษาไทยยังขาดทักษะภาษาอังกฤษ เราจึงต้องเตรียมคนให้มีความพร้อมในเรื่องนี้ สกศ.ทำวิจัยและเตรียมความพร้อมในเรื่องของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ หรือเอ็นคิวเอฟ เพื่อใช้เชื่อมโยงความต้องการกำลังคนที่มีคุณภาพกับระบบคุณวุฒิการศึกษาของไทย เทียบกับนานาชาติ โดยแบ่งโครงสร้างเป็น 9 ระดับ ตั้งแต่ระดับ ม.ต้น-ป.เอก ซึ่งร่างกรอบคุณวุฒิแห่งชาตินี้ จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา (กกศ.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

           ด้านนายเปรื่อง กิจรัตน์ภร ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยา ลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของอาเซียนมี 3 ด้าน คือ 1.ด้านความมั่นคง 2.ด้านเศรษฐกิจ และ 3.ด้านสังคม/วัฒนธรรม จะเห็นว่าในอดีตเราใช้กำลังทหารในการยึดครอง แต่ปัจจุบันต้องใช้วัฒนธรรมไม่มีขอบเขตและพื้นที่ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 41 แห่ง เตรียมความพร้อมในเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น และทำความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการจะสร้างและผลิตบัณฑิตให้เป็นเครือข่ายได้ จะต้องพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะ 4 ประการ คือ มีความซื่อสัตย์ อดทน ขยันหมั่นเพียร และเสียสละกาย ใจ ซึ่งเราพร้อมหรือยังที่จะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะเหล่านี้



ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ไม่มีความคิดเห็น: