สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

สพฐ.ใช้ค่าเฉลี่ยลากเส้นแบ่งกลุ่มโรงเรียน เตรียมนำผลประเมินความดีความชอบ

        นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้วิเคราะห์คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเนต โดยนำค่าเฉลี่ยคะแนนโอเนตระดับประเทศมาลากเส้นแดงเพื่อดูว่า มีโรงเรียนที่อยู่บนเส้นและใต้เส้นจำนวนเท่าใด โดยเริ่มวิเคราะห์จากคะแนนโอเนตระดับชั้น ป.6 ซึ่งมีนักเรียนเข้าสอบโอเนตจำนวนทั้งสิ้น 28,290 คน พบว่าส่วนค่าเฉลี่ยคะแนนโอเนตรวมทุกวิชาระดับ ป.6 อยู่ที่ 49.36 คะแนน ทั้งนี้ มีโรงเรียนที่อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว จำนวน 16,294 โรง และโรงเรียนที่อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,995 โรง เมื่อแยกเป็นรายวิชา พบว่า วิชาภาษาอังกฤษ มีจำนวนโรงเรียนที่ได้คะแนนโอเนตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากที่สุด 18,681 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ยจำนวน 9,609 โรง ขณะที่ค่าเฉลี่ยวิชานี้อยู่ที่ 38.37 คะแนน ส่วนวิชาภาษาไทย ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50.04มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,290 โรง และโรงเรียนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 12,000 โรง, วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมค่าเฉลี่ย 52.22 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,432 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,858 โรง

       สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ ค่าเฉลี่ย 52.40 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 15,448 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 12,842 โรง, วิชาวิทยาศาสตร์ ค่าเฉลี่ย40.82 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 17,076 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,214 โรง, วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ค่าเฉลี่ย 58.87 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 14,780 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 13,509 โรง,วิชาศิลปะ ค่าเฉลี่ย 46.75 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,169 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 12,120 โรง และวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีค่าเฉลี่ย 55.38 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 15,478 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 12,811 โรง
       นายชินภัทร กล่าวต่อว่า เมื่อวิเคราะห์ผลคะแนนแยกตามเขตพื้นที่การศึกษา พบว่า 10 เขตพื้นที่การศึกษาที่มีคะแนนโอเนตสูงสุด 10 อันดับ ดังนี้ อันดับ 1 กาฬสินธุ์ เขต 1ค่าเฉลี่ย 57.41 อันดับที่ 2 ยโสธรเขต 1 ค่าเฉลี่ย 57.00 คะแนนอันดับที่ 3 ขอนแก่น เขต 5 ค่าเฉลี่ย 56.86 คะแนน อันดับที่ 4 ร้อยเอ็ด เขต 2 ค่าเฉลี่ย 56.55 คะแนนอันดับที่ 5 ศรีสะเกษ เขต 2 ค่าเฉลี่ย 59.95 คะแนน อันดับที่ 6 ศรีสะเกษเขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.86 คะแนน อันดับที่ 7หนองคาย เขต 1 คะแนน 55.85 คะแนน อันดับที่ 8 ชัยนาท เขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.37 คะแนน อันดับที่ 9 อุดรธานี เขต 4 ค่าเฉลี่ย 55.32 คะแนน และอันดับที่ 10 พิจิตร เขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.19 คะแนน
       ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้คะแนนโอเนตต่ำสุดนั้น ส่วนใหญ่เป็นเขตพื้นที่การศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่การศึกษาในภาคเหนือ ดังนี้ แม่ฮ่องสอน เขต 1ค่าเฉลี่ย 40.65 นราธิวาส เขต 3ค่าเฉลี่ย 40.49 คะแนน เชียงใหม่เขต 6 ค่าเฉลี่ย 39.97 คะแนน เขต 2ค่าเฉลี่ย 39.93 คะแนน เชียงใหม่เขต 5 ค่าเฉลี่ย 39.04 คะแนน ตาก เขต 2ค่าเฉลี่ย 38.97 คะแนน แม่ฮ่องสอน เขต 2 คะแนน 38.75 คะแนน ยะลา เขต 2 ค่าเฉลี่ย 37.98 คะแนน ปัตตานี เขต 1 ค่าเฉลี่ย 37.34 คะแนน และ ยะลา เขต 3 ค่าเฉลี่ย 36.51 คะแนน
      นายชินภัทร กล่าวต่อว่า การวิเคราะห์ผลคะแนนโอเนตนั้น ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาครู ต่อไป สพฐ.จะไม่อุดหนุนงบประมาณให้ทุกโรงเรียนในสูตรเดียวกันแต่จะจัดสรรงบประมาณแบบ “สั่งตัด” ให้เหมาะสมกับเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนแต่ละแห่ง เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้คะแนนต่ำสุด 10 อันดับ ก็จะต้องมีแผนปฏิบัติเข้าไปยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ของ สพฐ.ไปศึกษารายละเอียดและจัดทำแผนปฏิบัติการดังกล่าว ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ.กาฬสินธุ์ เขต 1 ที่ได้คะแนนโอเนตสูงสุดนั้นจะดึงมาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลให้กับเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ
      “เมื่อเรามีกราฟให้เห็นชัดเจนอย่างนี้แล้ว สพฐ.จึงเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ในการประเมินเข้าสู่วิทยฐานะใหม่ แก่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะมีการประชุมปลายเดือนนี้ ขอให้ครูในโรงเรียนที่ค่าเฉลี่ยโอเนตสูงกว่าเส้นเขียว หรือค่าเปอร์เซ็นไทล์ แรงก์ที่ 70 นั้น ไม่ต้องทำงานวิชาการเพื่อประเมินเลื่อนวิทยฐานะ เพราะถือว่า ครูเหล่านี้ มีผลงานทางการสอนที่ประสบความสำเร็จ และจะดึงมาเป็นวิทยากรอบรมครูอื่นๆ ด้วย” นายชินภัทร กล่าว

ที่มา: http://www.naewna.com



คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: การดำเนินงานของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ซึ่งทำการแทน ก.ค.ศ.
ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.

        เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นไปโดยองค์คณะ ซึ่งเรียกว่า ก.ค.ศ.มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน มีกรรมการประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจำนวน 12 คน ทำหน้าที่ในการพิจารณากำหนดกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีภาระงานอันมากมาย เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความรอบคอบ ชัดเจน มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งมั่นการสร้างกระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด ปราศจากทุจริต คอร์รัปชั่น สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้
        จึงมีการตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯเพื่อทำการแทน ก.ค.ศ.ขึ้นมาอีก 11 คณะ เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็นชอบ หรือมีมติตัดสินในบางกรณี ที่ ก.ค.ศ.ให้อำนาจ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 นี้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ทั้ง 11 คณะ ซึ่งประกอบด้วย 1)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการกำกับติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคล 2)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล  5)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) 6)อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 7)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 8)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 9)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ร้องเรียน
        ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 10)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ และ 11)อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและออกจากราชการ
      ได้มีการประชุมเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง พิจารณาคำขอต่าง ๆ รวม 866 เรื่อง 2,935 ราย ดำเนินการออก กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ฯ 19 เรื่อง และพิจารณาตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจฯ 829 คณะ
       นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำหน้าที่ องค์คณะในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งต้องมีการทำงานที่เกี่ยวข้องและประสานงานซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ.ในปีต่อไป อันเป็นความมุ่งมั่นของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ซึ่งทำหน้าที่แทน ก.ค.ศ. ที่ต้องการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ไม่มีความคิดเห็น: