สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ครู 8.6หมื่นเฮ!รับเงินเดือนใหม่

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสุบรรณ ไชยศิริโชติ รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้อนุมัติการปรับปรุงเงินเดือนชดเชยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือนของภาครัฐ 15,000 บาทตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 มีข้าราชการครูฯที่ได้รับการปรับครั้งนี้จำนวน 86,000 คน ใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทนั้น ขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังตรวจสอบความถูกต้องของการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรองใหม่ ก่อนที่จะทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังส่วนราชการเพื่อให้ปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการครูฯ อาทิ คุณวุฒิระดับปริญญาเอก อัตราเงินเดือนใหม่ 19,100 บาท จากอัตราเดิม 13,730 บาท, ปริญญาโทที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจากวุฒิปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี อัตราใหม่ 16,570 บาท จากอัตราเดิม 11,200 บาท, ปริญญาโททั่วไป หรือเทียบเท่า อัตราใหม่ 15,430 บาท จากอัตราเดิม 10,190 บาท, ปริญญาตรี หลักสูตร 6 ปี อัตราใหม่ 15,430 บาท จากอัตราเดิม 10,190 บาท และปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี อัตราใหม่ 12,530 บาท จากอัตราเดิม 9,140 บาท เป็นต้น

นายสุบรรณกล่าวว่า ส่วนอัตราเงินเดือนสำหรับกลุ่มข้าราชการครูฯที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือน 15,000 บาท หรือกลุ่มที่บรรจุก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ปรับเงินเดือนชดเชยเสร็จแล้วดังนี้ 1.คุณวุฒิปริญญาตรี 4 ปี อันดับครูผู้ช่วย ช่วงอัตราเงินเดือนที่จะได้รับการปรับชดเชย 8,340-17,310 บาท คศ.1 8,540-21,570 บาท คศ.2 13,160-21,460 บาท คศ.3 13,160-19,410 บาท, 2.ปริญญาตรี 5 ปี ครูผู้ช่วย 9,140-17,310 บาท คศ.1 9,210-23,360 บาท คศ.2 13,160-22,940 บาท คศ.3 13,160-23,280 บาท, 3.ปริญญาโททั่วไป ครูผู้ช่วย 10,190-17,690 บาท คศ.1 10,190-25,730 บาท คศ.2 13,160-25,930 บาท คศ.3 13,160-25,740 บาท และ 4.ปริญญาเอก ครูผู้ช่วย 13,770-17,690 บาท คศ.1 13,860-30,710 บาท คศ.2 13,910-35,050 บาท คศ.3 13,910-35,120 บาท คศ.4 24,400-34,690 บาท และ คศ.5 29,980-34,440 บาท

"ตัวอย่างการปรับเงินเดือนชดเชย เช่น ผู้ที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรีอันดับ คศ.3 หากเงินเดือน 12,530 บาท จะได้ปรับเงินเดือนเป็น 15,800 บาท แต่จะไม่ได้เงินเพิ่มการครองชีพ แต่หากเงินที่ได้รับไม่ถึง 15,000 บาท และหลังจากปรับแล้วไม่เกิน 15,000 บาท จะได้เงินเพิ่มการครองชีพด้วย" นายสุบรรณกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการปรับอัตราเงินเดือนชดเชยให้กับข้าราชการครูฯที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือน 15,000 บาทของรัฐบาล ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มที่ได้เงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท และกลุ่มที่เงินเดือนเกิน 15,000 บาท สาเหตุที่ต้องปรับเพราะไม่ต้องการให้เกิดความลักลั่น และให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการครูฯที่ได้รับราชการมานานแล้ว ซึ่งหากไม่มีการปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการกลุ่มนี้จะทำให้คนที่รับราชการใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 มีเงินเดือนใกล้เคียง หรือมากกว่ากับคนกลุ่มนี้

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


                          ศธ.ปรับหลักสูตร'เรียนน้อยรู้เยอะ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ..... ตามนโยบายปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทุกระดับชั้นของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องกลับไปหารือดูว่าการปฏิรูปหลักสูตรดังกล่าว จะเป็นไปในทิศทางไหน และมีรูปแบบออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเด็กไทยเรียนมากแต่รู้น้อย หรือเรียนมากแต่ความสามารถทางการคิดยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ดังนั้นรมว.ศึกษาธิการจึงต้องการให้จัดการเรียนการสอนน้อยลงแต่เด็กเกิดการเรียนรู้มากขึ้น ซึ่ง สพฐ.จะกลับไปดูว่าการเรียนส่วนไหนมากเกินไป และกิจกรรมอะไรส่งผลให้เด็กเกิดพัฒนาการทางความคิด

นายชินภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังต้องการให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เพิ่มที่เรียนให้กับนักเรียนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่บริการ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นนักเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการขยายตัวของประชากร เช่น พื้นที่ที่มีสถานีรถไฟฟ้าผ่าน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้เรียนในโรงเรียนคุณภาพดีที่อยู่ใกล้บ้าน หรือหากโรงเรียนมีพื้นที่จำกัด หรือตั้งอยู่บนที่ดินราคาแพง จะเปิดโอกาสให้สร้างอาคารสูงๆ ได้ เพื่อรองรับให้เด็กได้มีที่เรียนใกล้บ้าน


ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



รณรงค์หลักสูตรโตไปไม่โกง นำร่องโรงเรียนสพฐ.จังหวัดร้อยเอ็ด

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเด็กไทย "โตไปไม่โกง" เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการวิจัยฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บริหาร ครู กรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องหลักสูตรโตไปไม่โกงว่าจะรณรงค์อย่างไรให้เห็นผลที่ชัดเจน ซึ่งตนได้ให้ข้อเสนอแนะว่าสามารถทำได้โดยการปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน โดยการพัฒนาหลักสูตร และจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม แต่ก็มีตัวแปรที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานอยู่มาก เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่มีพฤติกรรมโกงมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ทำทุกอย่างให้ตัวเองได้ประโยชน์ เช่น กรณีที่แม่ให้ลูกไปขโมยของในร้านสะดวกซื้อ โดยอ้างว่าต้องการเงินไปเลี้ยงครอบครัวเพราะยากจน หรือพฤติกรรมของครูบางคนที่โกงเวลาราชการ เช่น ไม่เข้าสอน หรือเข้าสอนไม่ตรงเวลา รวมถึงการคัดลอกผลงานทางวิชาการเพื่อให้ได้มาซึ่งวิทยฐานะ แม้กระทั่งนักการเมืองที่มีผลสำรวจออกมาว่าปัญหาของนักการเมืองที่ต้องเร่งแก้ไขอันดับ 1 คือปัญหาการคอรัปชั่น เป็นต้น

"หากจะมองว่าพฤติกรรมการโกงเป็นปัญหาวิกฤติที่สะสมมานานก็สามารถทำให้วิกฤตินั้นเป็นโอกาสได้ โดยการให้เด็กศึกษาพฤติกรรมการโกงต่างๆ ทั้งการลักขโมย หรือการคอรัปชั่น ผ่านข่าวสารที่ออกมา เพื่อให้เด็กได้พิจารณาว่าควรทำตามหรือไม่ โดยอาจารย์ผู้สอนคอยชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องให้ เพราะหลักสูตรที่ออกมาควรต้องสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ไม่เป็นแผ่นเสียงตกร่องไม่เช่นนั้นอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง" รศ.ดร.สุขุม กล่าวและว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นตรงกันที่จะให้คณะกรรมการวิจัยฯ ไปดำเนินโครงการนำร่องหลักสูตรโตไปไม่โกงในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 11 แห่งในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จากนั้นจะทำการประเมินผลภายในเวลา 3 เดือน เพื่อหาข้อสรุปว่าหลักสูตรดังกล่าวสามารถใช้แล้วได้ผลจริงหรือไม่ หรือมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมก่อนที่จะให้โรงเรียนทั่วประเทศนำไปใช้สอนเด็กอย่างจริงจัง

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ไม่มีความคิดเห็น: