สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: การสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

ศรีชัย พรประชาธรรม
ผู้อำนวยการภารกิจนโยบายและระบบบริหารงานบุคคล

          ตามที่ สพฐ.จะเปิดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ซึ่งเป็นการสอบคัดเลือกจากกลุ่ม ครูอัตราจ้าง หรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ หรือเงินรายได้ของสถานศึกษา ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูสอนศาสนาอิสลาม หรือวิทยากรอิสลาม ทั้งในเขตพื้นที่ปกติและในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อ.จะนะ สะบ้าย้อย เทพา และนาทวี) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนตามคำสั่ง หรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยกำหนดประกาศปฏิทินการสรรหาปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะมีอัตราเปิดสอบประมาณ 2,140 อัตรา นั้น   เพื่อเป็นการชี้แจงทำความเข้าใจมายังกลุ่มผู้มีสิทธิสมัครสอบ ให้มีความชัดเจนในเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบในครั้งนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ขอนำตัวอย่างข้อหารือที่พบบ่อยๆ ในการสอบคัดเลือกฯ กรณีนี้มานำเสนอเป็นตัวอย่าง ดังนี้

1.กรณีสถานศึกษาไม่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเป็นค่าตอบแทนจ้างครูเป็นรายเดือน แต่ใช้เงินงบประมาณประเภทอื่น เช่น เงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เงินอุดหนุนรายหัว) มาดำเนินการจ้างครูรายเดือน จะนับเป็นครูอัตราจ้างจากเงินงบประมาณได้หรือไม่
ตอบ ครูอัตราจ้างจากเงินอุดหนุนรายหัว หากจ้างจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษาและได้ปฏิบัติงานตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย นับเป็นครูอัตราจ้างจากเงินงบประมาณ เป็นผู้มีคุณสมบัติสมัครเข้ารับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด

2.กรณี อบจ.จ้างครูอัตราจ้างมาปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ถือว่าเป็นครูอัตราจ้างตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนดหรือไม่
ตอบ ครูอัตราจ้าง ที่จ้างจากเงินงบประมาณของ อบจ. หรือส่วนราชการอื่นที่ไม่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่มาปฏิบัติงานในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ถือเป็นครูอัตราจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกที่ ก.ค.ศ. กำหนด

3.คำว่า "มีผลการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ปี" ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรณีนี้ หมายถึงผลการปฏิบัติงานสอนใช่หรือไม่ และผลการปฏิบัติงานนั้นเว้นวรรคได้หรือต้องติดต่อกัน
ตอบ ผลการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ปี หมายถึงผลการปฏิบัติงานสอน ซึ่งนับระยะเวลาติดต่อกันหรือไม่ติดต่อกันก็ได้

คำถามทั้ง 3 ข้อที่หยิบยกมาเป็นตัวอย่างดังกล่าว เป็นคำถามที่พบบ่อย และมีการนำเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับนโยบายและระบบบริหารงานบุคคล ซึ่งทำการแทน ก.ค.ศ. พิจารณาและมีมติแล้ว หวังว่าจะเป็นแนวปฏิบัติให้เขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในกลุ่มดังกล่าวข้างต้น นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


 คืน'สพฐ.' 82 อัตรา 'ครูมืออาชีพ' เหตุ'น.ศ.'เมิน - จี้เลิกวิธีจับสลาก
           นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เข้าพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรายงานผลการ คัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูมืออาชีพ รุ่นปีการศึกษา 2555 ด้วยวิธีการจับสลาก เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ พร้อมทั้งได้เสนอข้อคิดเห็นของนักศึกษาบางกลุ่มที่เห็นว่า ไม่ควรใช้วิธีจับสลาก แต่ควรใช้การสอบแข่งขัน เพื่อให้ได้คนเก่งจริง อย่างไรก็ตาม ผู้ผ่านการคัดเลือก แม้จะผ่านเข้ามาด้วยการจับสลาก แต่ทุกคนมีผลการเรียนเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และอยากจะเป็นครูจริงๆ ทั้งนี้ ตนยังเสนอว่าในการคัดเลือกครูมืออาชีพรุ่นต่อไป อาจต้องทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกใหม่ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร ต้องมาดูกันอีกครั้ง

            นพ.กำจรกล่าวต่อว่า สำหรับผลการคัดเลือกปรากฏว่ามีผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 2,178 คน ไม่มารายงานตัว จำนวน 49 คน ทำให้มี ผู้เข้ารับการคัดเลือกจำนวน 2,149 มีอัตราบรรจุ จำนวน 831 อัตรา จาก 18 สาขาวิชา สามารถคัดเลือก จำนวน 749 คน แยกเป็น บรรจุสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 670 คน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 79 คน ขณะที่มีอัตราที่ไม่สามารถคัดเลือกได้ จำนวน 82 อัตรา เนื่องจากผู้สมัครน้อยกว่าจำนวนที่ประกาศรับสมัคร หรือไม่มีผู้สมัครในสาขาวิชานั้นๆ ได้แก่ สาขาประถมศึกษา จำนวน 21 คน สาขาเคมี 4 คน สาขาฟิสิกส์ 18 คน สาขาสุขศึกษา 2 คน สาขาเกษตรกรรม 4 คน และสาขาอุตสาหกรรมศิลป์ 21 คน ซึ่งอัตราดังกล่าวจะต้องส่งคืน สพฐ.

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


ก.ค.ศ.ปรับเงินเดือนชดเชยครูเก่า

กลุ่มบรรจุก่อน 1 ม.ค.55 รับเต็ม 1.5 หมื่น

           เมื่อวันที่ 20 พ.ย.55 นายสุบรรณ ไชยศิริโชติ รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติการปรับปรุงเงินเดือนชดเชย แก่ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือนของภาครัฐ 15,000 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.55 ซึ่งจะมีข้าราชการครูที่ได้รับการปรับเงินเดือน ครั้งนี้จำนวน 86,000 คน ใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทนั้น   ขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังตรวจสอบความถูกต้องของการปรับบัญชีอัตราเงินเดือน สำหรับคุณวุฒิที่ก.ค.ศ.รับรองใหม่ ก่อนที่จะทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังส่วนราชการ เพื่อให้มีการปรับเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครู อาทิ คุณวุฒิระดับปริญญาเอก อัตราเงินเดือนใหม่ 19,100 บาท อัตราเดิม 13,730 บาท ปริญญาโทที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจากวุฒิปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี อัตราใหม่ 16,570 บาท อัตราเดิม 11,200 บาท ปริญญาโททั่วไป หรือเทียบเท่า อัตราใหม่ 15,430 บาท อัตราเดิม 10,190 บาท ปริญญาตรี หลักสูตร 6 ปี อัตราใหม่ 15,430 บาท อัตราเดิม 10,190 บาท ปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี อัตราใหม่ 12,530 บาท อัตราเดิม 9,140 บาท เป็นต้น

          รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับอัตราเงินเดือนสำหรับกลุ่มข้าราชการครู ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือน 15,000 บาท หรือกลุ่มที่บรรจุก่อน1 ม.ค.55 สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปรับเงินเดือนชดเชยเสร็จแล้ว ดังนี้

1.คุณวุฒิปริญญาตรี 4 ปี อันดับครูผู้ช่วย ช่วงอัตราเงินเดือนที่จะได้รับการปรับชดเชย 8,340-17,310 บาท, คศ.18,540-21,570 บาท, คศ.2 13,160-21,460 บาท และ คศ.3 13,160-19,410 บาท

2.ปริญญาตรี 5 ปี ครูผู้ช่วย 9,140 -17,310 บาท, คศ.1 9,210-23,360 บาท, คศ.2 13,160-22,940 บาท และ คศ.3 13,160-23,280 บาท

3.ปริญญาโททั่วไป ครูผู้ช่วย 10,190-17,690 บาท, คศ.1 10,190-25,730 บาท, คศ.2 13,160-25,930 บาท, คศ.3 13,160-25,740 บาท

และ 4.ปริญญาเอก ครูผู้ช่วย 13,770-17,690 บาท, คศ.1 13,860-30,710 บาท, คศ.2 13,910 -35,050 บาท, คศ.3 13,910-35,120 บาท, คศ.4 24,400-34,690 บาท และ คศ.5 29,980-34,440 บาท

"ตัวอย่างการปรับเงินเดือนชดเชย เช่น ผู้ที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรี อันดับ คศ.3 หากเงินเดือน 12,530 บาท จะได้รับปรับเงินเดือน 15,800 บาท แต่จะไม่ได้เงินเพิ่มการครองชีพ แต่หากเงินที่ได้รับไม่ถึง 15,000 บาท และหลังจากปรับแล้วก็ไม่เกิน 15,000 บาท จะได้เงินเพิ่มการครองชีพด้วย" นายสุบรรณ กล่าว

ที่มา: http://www.siamrath.co.th