สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ดีเอสไอพบหลักฐานมัด พิรุธสอบครู ส่งข้อสอบล่วงหน้า 2 วัน

 "พงศ์เทพ" แย้มยกเลิกสอบครูผู้ช่วยเฉพาะพื้นที่มีปัญหา "บิ๊ก ศธ." แฉเหตุสมัครสอบซ้ำ
          ความคืบหน้ากรณีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ขยายผลการสอบสวนการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา หลังตรวจพบมีพนักงานราชการในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 2 รายมีชื่อแต่ละรายเข้าสอบที่สนามสอบ 2 เขตพื้นที่การศึกษาในวันและเวลาเดียวกัน และทั้ง 2 รายมีชื่อเข้าสอบที่ สพป.ขอนแก่น เขต 3 เหมือนกันด้วย โดยรายแรกคือ นายภานุวัฒน์ ไชยวงศ์พนักงานราชการสังกัด สพป.ใน จ.ชัยภูมิ สอบติดลำดับที่ 1 กลุ่มวิชาเอกภาษาไทย ที่สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และปฏิเสธไม่ได้ไปสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 ทั้งที่มีชื่อสอบผ่านลำดับที่15 กลุ่มวิชาเอกทั่วไป ส่วนรายล่าสุดสอบติดลำดับที่ 1 กลุ่มวิชาเอกประถมศึกษา ที่สพป.นครปฐม เขต 1 ซึ่งเจ้าตัวยอมให้ข้อมูลกับกรรมการสืบสวนของ ศธ.เกี่ยวกับกระบวนการทุจริตครั้งนี้ โดยอ้างว่ามีข้าราชการระดับสูงในศธ.ร่วมขบวนการด้วย จึงถูกกันไว้เป็นพยานและมีแนวโน้มว่า ศธ.จะสั่งยกเลิกการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้กว่า 2 พันอัตรานั้น
          เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตรวจสอบว่า ผู้มีรายชื่อขึ้นบัญชีซ้ำกันที่ สพป.ขอนแก่น เขต3 และ สพป.นครปฐม เขต 1 ดังกล่าว ได้รับการบรรจุไปหรือยัง ซึ่งปรากฏว่าได้รับการบรรจุที่สพป.นครปฐม เขต 1 ไปแล้ว จึงต้องหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่คนหนึ่งคนไปสอบ 2 ที่หากดูตามหลักฐานเบื้องต้นต้องคิดว่า เจ้าตัวส่อว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย เพราะคนหนึ่งคนจะไปสอบ 2 ที่พร้อมกันไม่ได้แน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้นายเสริมศักดิ์ไปตรวจสอบว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่
          นายพงศ์เทพกล่าวต่อว่า ถ้าดีเอสไอชี้มูลว่ากระบวนการจัดสอบมีการทุจริตจริง จะต้องยกเลิกการสอบทั้งหมดหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้ต้องดูกระบวนการทั้งหมดก่อนว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีคนเอาข้อสอบออกไปเผยแพร่ก่อนสอบ ก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ใด หากเป็นจริงก็หมายความว่า พื้นนั้นๆ มีปัญหา ต้องแก้ไขเป็นจุดๆ เพราะพื้นที่ใดจัดสอบแบบตรงไปตรงมาก็ไม่ควรได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องรอข้อมูลการสอบสวนจากดีเอสไอก่อน ทั้งนี้ ถ้ามีเหตุผลก็ยกเลิกได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลและไปยกเลิกทั้งหมดคนที่สอบตามกระบวนการอย่างถูกต้องจะต้องโต้แย้งผ่านศาลปกครองแน่นอน
          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าขบวนการทุจริตนำเอาข้อสอบออกไปจัดติวก่อนสอบมีผู้บริหารระดับสูงใน ศธ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนายพงศ์เทพกล่าวว่า ต้องรอข้อมูลจากดีเอสไอก่อน อย่างไรก็ตาม ตนจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ทราบด้วย
          นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า กำลังรอหารือนายพงศ์เทพในการนัดประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.วาระพิเศษในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ หลังพบว่ามีพนักงานราชการรายที่ 2 ล่าสุดมีชื่อโผล่เข้าสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 และ สพป.นครปฐมเขต 1 รวมทั้งจะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายภานุวัฒน์มาพิจารณาด้วย ส่วนกรณีที่นายเสริมศักดิ์ระบุว่า หากดีเอสไอสรุปว่าการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้มีการทุจริตจริง จะยกเลิกการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ทั้งหมดนั้น การยกเลิกในภาพรวมถือเป็นอำนาจของที่ประชุมก.ค.ศ.ดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาข้อมูลหลักฐานต่างๆ อย่างรอบคอบ
          แหล่งข่าวระดับสูงใน ศธ.คนหนึ่งกล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดใหญ่ของศธ.ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้นายเสริมศักดิ์แล้ว ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับขบวนการทุจริต โดยในรายงานระบุถึงสาเหตุที่พนักงานราชการทั้ง 2 ราย ดังกล่าวสมัครสอบไว้2 เขตพื้นที่ฯแต่เข้าสอบได้เขตพื้นที่ฯเดียว ส่วนอีกเขตพื้นที่ฯจะมีตัวแทนเข้าสอบแทน คือที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 นั้น จากการนำผังห้องสอบมาตรวจดูพบว่า จุดประสงค์ของการเข้าสอบแทนก็เพื่อบอกข้อสอบแก่ผู้ที่เข้าสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 อีก 2 ราย ซึ่งอยู่ในขบวนการติวข้อสอบ เพราะเมื่อตรวจสอบผลการสอบคัดเลือกแล้วพบว่า ผู้เข้าสอบที่นั่งอยู่ด้านหน้าคนที่เข้าสอบแทน สอบได้ในลำดับที่ 1 และผู้ที่นั่งด้านหลังคนที่เข้าสอบแทน สอบได้ในลำดับที่ 2
          ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริตกล่าวว่าภายหลังดีเอสไอได้รับคำร้องให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในวันเดียวกันนี้ได้ออกหนังสือประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขอรายละเอียดจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่ทาง สพฐ.ตั้งขึ้น ขณะเดียวกันตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่ต้องตรวจสอบมี 3 ประเด็น คือ 1.มีการนำกระดาษคำตอบไปเปิดเผยก่อนสอบหรือไม่ 2.มีการสอบแทนกันหรือไม่ และ 3.มีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุจริตสอบหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลา 15 วัน น่าจะมีความชัดเจน จากนั้นดีเอสไอจะส่งผลสอบให้ ศธ.พิจารณาว่าจะยกเลิกการสอบครั้งนี้หรือไม่
          นายธานินทร์กล่าวว่า ข้อมูลที่ดีเอสไอต้องการคือ พื้นที่ที่พบว่ามีการทุจริต เพราะดีเอสไอคงไม่สามารถไปตรวจสอบได้ทั่วประเทศและต้องนำข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบฯของ สพฐ.ไปตรวจสอบมาแล้ว มาตรวจสอบต่อในเชิงลึก เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีการทุจริตในรูปแบบใด และเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง ซึ่งขณะนี้ได้รับการประสานจากคณะกรรมการตรวจสอบฯของ สพฐ.แล้ว เบื้องต้นพบข้อมูลความผิดปกติหลายประเด็น เช่น การส่งข้อสอบทางไปรษณีย์ก่อนสอบ 2 วัน จากนั้นส่งกระดาษคำตอบกลับมายัง สพฐ.ทางไปรษณีย์ เช่นเดียวกับผลการสอบก็ส่งทางไปรษณีย์ไปให้เขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ประกาศ
          ด้านนายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการ (ผอ.) สพป.ขอนแก่น เขต 3 กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากทาง สพฐ.ว่า มีกรณีพนักงานราชการอีกรายหนึ่งที่มีชื่อเข้าสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยใน 2 เขตพื้นที่ฯคือที่ สพป.ขอนแก่น เขต 3 และสพป.นครปฐม เขต 1 จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว และจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 1 มีนาคมนี้ด้วย
          แหล่งข่าวใน สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สพป.นครปฐม เขต 1 มีหน้าที่รับสมัครและจัดสนามสอบตามคำสั่งของส่วนกลาง เมื่อจัดสอบเสร็จต้องส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมดให้ส่วนกลางดำเนินการตรวจ และประกาศผลสอบเอง ทาง สพป.นครปฐม เขต 1 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบด้วยว่าผู้สมัครสอบรายใดได้คะแนนเท่าไหร่ และในกรณีที่มีชื่อบุคคลเดียวกันเข้าสอบ 2 สนามสอบในวันและเวลาเดียวกันนั้น ทาง สพป.นครปฐม เขต 1 ก็ไม่สามารถรู้ได้ โดยมีการตรวจสอบผู้สมัครเข้าสอบตามขั้นตอน และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
          สำหรับความคืบหน้าทางคดีกรณีมีบุคคลแอบอ้างเข้าสอบแทนนายภานุวัฒน์ที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไปสมัครสอบจริง แต่ไม่ได้ไปสอบ และยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการเข้าสอบแทน ตนเองไปสอบเฉพาะที่ สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และสอบติดในลำดับที่1 ในกลุ่มวิชาเอกภาษาไทยนั้น พ.ต.อ.ออมสินตรารุ่งเรือง ผกก.สภ.พล จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่าหลังจากรับแจ้งความจากทาง สพป.ขอนแก่นเขต 3 ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้แอบอ้างเข้าสอบแทนนายภานุวัฒน์ ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปส่วนหนึ่งแล้ว ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามติดตามตัวบุคคลดังกล่าวอยู่ คาดว่าไม่นานคงได้ตัว ทั้งนี้ ได้ขอกำลังไปยังตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนภาค 4 เข้ามาช่วยติดตามอีกทางด้วย
          ทางด้านนายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)สพป.นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2554 สพป.นครราชสีมา เขต 7 ได้จัดสอบบรรจุตำแหน่งพนักงานธุรการปฏิบัติงานพบขบวนการทุจริต โดยผู้สมัครสอบ 8 คน ได้เปลี่ยนชื่อตัวเองให้มีพยัญชนะนำหน้าชื่อขึ้นต้นด้วย "ปรา" เพื่อให้นั่งสอบใกล้กับชื่อผู้เข้าสอบที่ทำหน้าที่เป็นมือปืนรับจ้างบอกคำตอบให้ในลักษณะใช้ท่าทาง โดยพบข้อสอบ 100 ข้อของทั้ง 8 คน เลือกข้อถูกผิดเหมือนกัน ที่สำคัญเป็นผู้ที่สอบได้ในลำดับที่ 1-8 ด้วย ทาง อ.ก.ค.ศ.จึงมีมติให้ทั้ง 8 คนสอบตก พร้อมกับแจ้งความเอาผิดกับขบวนการดังกล่าว ซึ่งมีที่มาเป็นกลุ่มติวเตอร์หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากเพียงแต่ไม่มีพยานหลักฐาน
          นายอดิศรกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ ถ้าตรวจพบทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ลงโทษทางวินัยและอาญากับผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และน่าเชื่อว่าขบวนการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ สพป.ขอนแก่นเขต 3 สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และสพป.นครปฐม เขต 1 เท่านั้น เพราะช่วงก่อนการสอบที่ สพป.นครราชสีมา เขต 7 ได้ทราบเบาะแสมีการเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครรายละ 4-7 แสนบาท จึงเป็นไปได้ที่จะมีการเผยแพร่คำตอบจากขบวนการทุจริตโดยออนไลน์ไปยังผู้เข้าสอบรายอื่นๆ ในสนามสอบเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย จึงขอเรียกร้องให้สพฐ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการอย่างจริงจังเพื่อกำจัดขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก และหากพบมีการกระจายคำตอบข้อสอบจริง ต้องประกาศยกเลิกผลการสอบทั้งหมดด้วย นอกจากนี้ ขอให้ สพฐ.คืนอำนาจการจัดสอบให้กับอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เพราะใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 47 บัญญัติไว้ชัดว่า "ให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"
--มติชน ฉบับวันที่ 2 มี.ค. 2556

ไม่มีความคิดเห็น: