สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การพัฒนาครูต้องเริ่มจากสถาบันการผลิต

เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม 2553 คณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ จัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นด้านการสร้างความพร้อม และความเข้มแข็งให้สถาบันผลิตครู ครั้งที่ 3/2553 ณ ห้องประชุมลำพอง 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ศ.ดร.มนตรี จุฬาวัฒนทล ประธานคณะทำงานด้านการสร้างความพร้อม และความเข้มแข็งให้สถาบันผลิตครู กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการผลิตครู ต้องการอาศัย 3 ปัจจัย 1. การสร้างความเข้มแข็งของคณาจารย์คุรุศาสตร์ พัฒนาตำแหน่งวิชาการและเส้นทางอาชีพที่มีศักดิ์ศรี เพิ่มวุฒิแลประสบการณ์ใหม่ ขยายสิทธิประโยชน์ตอบแทนผลงานดีมีประโยชน์ สร้างและบรรจุอาจารย์ใหม่แทนผู้เกษียณอายุ 2. ปรับหลักสูตรผลิตครูพันธ์ใหม่ เน้นทักษะกระบวนการเรียนรู้ สาระวิทยาการและทัศนคติ สร้างระบบอาจารย์ พี่เลี้ยงที่มีทักษะและประสบการณ์ กำหนดมาตรฐานภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้สำเร็จหลักสูตร 3. พัฒนาการบริหารจัดการ จัดตั้งกองทุนส่งเสริมคุรุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ มีการให้รางวัลนักคุรุศาสตร์ศึกษาศาสตร์

ด้าน รศ.สมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะคุรุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย อนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันผลิตครูในปัจจุบันมีความอ่อนด้อยทุกด้าน และยังขาดแคลนครูผู้สอน จึงควรกำหนดมาตรฐานของสถาบันจากข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ สถาบันผลิตครูที่เป็นของรัฐ จำนวน 68 แห่ง เสนอรับทุนโครงการครูพันธ์ใหม่เพียง 45 แห่ง เหตุผลที่บางสถาบันยังไม่เข้าร่วมโครงการ เพราะบางสถาบันไม่ผ่านเกณฑ์ สมศ.จากปัญหาดังกล่าวทำให้มีการกำหนดเกณฑ์เบื้องต้นขึ้นมา ได้แก่
1. ให้มีการพัฒนาสถาบัน ซึ่งปีนี้มี 58 สถาบัน
2. รูปแบบการส่งเสริมความเข้มแข็ง ควรใช้วิธีหล่อหลอม บ่มเพาะ และจัดตั้งสถาบันผลิตเป็นวิทยาลัยการศึกษา
3. การพัฒนาครูถือเป็นหน้าที่ของสถาบันผลิตครู เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาครูถูกแยกส่วนไปตามสังกัด ไม่มีสถาบันหรือองค์กรกลางที่วางแผนร่วมกัน
4. ต้องร่วมมือกับสถานศึกษา เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
ทั้งนี้ได้มีการเสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสถาบันผลิตครูเป็นสัดส่วนตามภาระงาน เป็น 2 ส่วน คือ งบบริหารทั่วไปกับงบสร้างความเข้มแข็งดูว่าสถาบันไหนที่ขาดแคลน มีภารกิจอะไรก็ให้สนับสนุนโดยตรง และการจัดสรรอัตราทดแทนการขาดแคลนครู ต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องประชากรที่ลดลงในอนาคต เพื่อไม่ให้เป็นเหมือนสถาบันผลิตครูในอดีต

การประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

22 ก.ค. 53: นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.)และเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ.ห้องประชุมสำนักอำนวยการ สป.
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า คณะกรรมการจริยธรรมมีหน้าที่ในการควบคุม กำกับ ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวลจริยธรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้หน่วยงานมีช่องทางหรือกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนกรณีฝ่าฝืนจริยธรรมและจรรยาข้าราชการ หรือรับคำชมเชยผู้ที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างของการมีคุณธรรม จริยธรรม โดยผ่านช่องทางกล่องรับเรื่องร้องเรียน คำชมเชย ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หรือผ่านทางเว็บไซต์ พร้อมทั้งให้มีการรณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และสอดแทรกเนื้อหาของประมวลจริยธรรม และจรรยาข้าราชการผ่านการฝึกอบรมสัมมนา ในหลักสูตรการฝึกอบรมของ สป. โดยเน้นให้ความสำคัญไปยังกลุ่มเป้าหมายสองกลุ่มที่สำคัญ คือ ข้าราชการที่รับการบรรจุใหม่ เพื่อให้เกิดความทะเยอทะยานและมีความมุ่งมั่นในการประพฤติตนเป็นคนดี มีจริยธรรม และกลุ่มผู้บริหาร เพื่อให้เกิดการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาอีกด้วย

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้เสนอให้มีการมอบรางวัลกับผู้ที่ปฏิบัติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชู สร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการ อีกทั้งได้มีมติให้นำเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มาใช้เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน และพิจารณาความดีความชอบของข้าราชการต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: