สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สรุปการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ 26 มิ.ย.2556

ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 เวลา 8.30-9.00 น. ซึ่งมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม มีสาระสำคัญดังนี้
1) แนวทางและหลักเกณฑ์การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2557  รัฐบาลขอให้ทุกกระทรวงเสนอคำขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้ แต่จะต้องเป็นรายจ่ายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล รวมทั้งเป็นรายจ่ายที่ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้ หรือเป็นรายจ่ายลงทุนสำคัญที่ก่อให้เกิดผลในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือเป็นรายจ่ายที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง โดยไม่เกิดเป็นภาระผูกพันงบประมาณรายจ่ายข้ามปี โดยให้จัดทำรายละเอียดคำเสนอของบประมาณไปยังสำนักงบประมาณในวันที่ 26 มิถุนายน– 5 กรกฎาคม 2556
กระทรวงศึกษาธิการย้ำให้ทุกหน่วยงานพิจารณาโครงการที่จะของบเพิ่ม ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว รวมทั้งพิจารณางบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของ AIT และงบประมาณมหาวิทยาลัยวิจัยด้วย

2) นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ยุทธศาสตร์ในจังหวัดยโสธรและมุกดาหาร  โดยมีผู้แทน ศธ.ที่จะติดตามเดินทางร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรี 2 ราย คือ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงเพราะนายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในสังกัด สอศ. และตรวจเยี่ยม Fix It Center รวมทั้งหารือประเด็นรับนักเรียนจากประเทศลาวเข้ามาเรียนอาชีวะในไทย และการผลิตกำลังคนด้านการขนส่งรถไฟ ในส่วนของอุดมศึกษา มีสถาบันการศึกษาคือวิทยาลัยชุมชนยโสธร และวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารด้วย
3) โรคระบาด  ขอให้ สช.-สพฐ.-สอศ. สร้างความตื่นตัวแก่นักเรียนนักศึกษาในการป้องกันและระวังโรคไข้เลือดออก และมือเท้าปาก
4) การบริจาคเครื่องดนตรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งว่า ส.ส.ในพื้นที่ต่างๆ ต้องการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อเครื่องดนตรีให้กับโรงเรียน สพฐ. ตามที่โรงเรียนหลายแห่งขาดแคลน แต่อยากให้มีหน่วยงานเชื่อม จึงขอให้ ศธ.ดำเนินการ MOU กับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยเร็ว
5) การสอบครูผู้ช่วย  รมว.ศธ.ได้ขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องในการจัดสอบโดยไม่เกิดการทุจริตในการสอบเมื่อวันที่ 22-24 มิถุนายนที่ผ่านมา
6) การจัดซื้อแท็บเล็ต ที่จะมี e-Auction ในวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ให้ทุกหน่วยงานช่วยกันตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสและรัดกุมที่สุด
7) การปฏิรูปหลักสูตร  ศ.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ในฐานะผู้รับผิดชอบการปฏิรูปหลักสูตร รายงานความคืบหน้าว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือนนี้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วย
8) เป้าหมายอาชีวะ ยังมีสัดส่วนผู้เรียนอาชีวะในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนไม่ถึงเป้า เช่น ปวช.ยังขาดอีกประมาณ 17,000 คน  ในขณะที่ภาคการผลิตมีความต้องการมาก จึงขอให้ สอศ. สช. และ สพฐ. ร่วมมือกันวางแผนผลิตกำลังคนในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ดูว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเด็กที่มีความแตกต่างกัน ซึ่ง สพฐ.ต้องเปิดโรงเรียนให้อาชีวะเข้าไปแนะแนวเด็กนักเรียนให้มากขึ้น
9) โรงเรียนนานาชาติ  ซึ่งขณะนี้มีการขยายตัวมากขึ้น ศธ.ควรจะหาแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนให้แก่โรงเรียนนานาชาติมากขึ้น เช่น คุรุสภาซึ่งมีหน้าที่พิจารณาการออกใบอนุญาตสำหรับครูต่างชาติ จะต้องดูว่าอะไรที่เป็นปัญหาอุปสรรค ดูกติกาว่าเหตุผลทำเพื่ออะไร หน้าที่ของ ศธ.คือส่งเสริม ไม่ใช่ทำให้เป็นอุปสรรคหรือสร้างปัญหาในการจัดการศึกษา
10) โรงเรียนวังไกลกังวล 2  ซึ่งกำลังจะก่อสร้างแห่งใหม่ ขอให้ สพฐ.ช่วยติดตามในเรื่องนี้
11) ให้นำเนื้อหาสาระของ DLTV-OBEC Channel-ETV มารวมกัน  รมว.ศธ.ต้องการให้สถานีโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม ของ รร.วังไกลกังวล และสถานี OBEC Channel ของ สพฐ. รวมทั้ง ETV ของ กศน. นำเนื้อหาสาระของแต่ละระบบ ไปเชื่อมโยงอีกระบบ ซึ่งจะเป็นการเกื้อกูลขยายเครือข่ายซึ่งกันและกัน อันจะทำให้เกิดช่องทางในการรับชมมากขึ้น โรงเรียนและครูผู้สอนได้รับการพัฒนาคุณภาพผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น
12) ภาษาอังกฤษ  รัฐบาลต้องการให้คนไทยใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 จึงขอให้ทุกหน่วยงานใน ศธ.ร่วมมือกันดำเนินการ โดย 5 กระทรวงที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันขับเคลื่อนในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
13) นำแบบอย่างที่ดีมาเผยแพร่  ขอให้ช่วยกันเผยแพร่ตัวอย่าง/แบบอย่างที่ดีมาให้นักเรียนและเยาวชนได้รับรู้มากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราอาจจะรับรู้กันในวงแคบ โดยอาจนำกรณีตัวอย่างมาเผยแพร่ เช่น เรื่องน้ำใจนักกีฬา ลูกเสือ ฯลฯ และควรมีโล่หรือประกาศเกียรติคุณที่จะมอบให้บุคคลเหล่านี้
14) Fix It Center ขอให้ สอศ.เปิดตัว Kick-off ใหญ่ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันหยุดของประชาชน อาจปล่อยคาราวานไปตามชุมชน และขยายไปภาคต่างๆ ของประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชนมากขึ้น
15) โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ 
จากการที่ ศธ.แต่งตั้ง ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นโฆษก ศธ.ฝ่ายการเมือง และ ดร.ศิริพร กิจเกื้อกูล รองปลัด ศธ.เป็นโฆษก ศธ.ฝ่ายข้าราชการประจำ จะมีการแถลงข่าวทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11.00 น. และอาจจะมีทุกวันอังคารหลังการประชุม ครม. หากมีมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา รวมทั้งหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ
รมว.ศธ.ย้ำว่า โฆษก ศธ.มีบทบาทมากในการบริหารงานยุคปัจจุบัน นอกจากจะแถลงผลงานของ ศธ.เป็นระยะๆ แล้ว ต้องสื่อสาร 2 ทาง รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยเฉพาะ Social Media ที่จะช่วยเสริมสื่อกระแสหลักได้อย่างมาก แต่การชี้แจงผ่านช่องทางเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่มีข้อมูล ความจริง มีน้ำหนัก ซึ่ง รมว.ศธ.ย้ำ คำพูดสวยหรู ไม่สู้สาระ” จึงต้องทำความเข้าใจชี้แจงประเด็นทั้งด้านบวกและลบ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่มีใครชี้แจง จะยิ่งกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งอาจประสานกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในการสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนในการให้ข่าวแทนก็ได้ หากโฆษกไม่อยู่ในสถานะที่จะแถลงข่าวแทนในประเด็นนั้นๆ
ในการแถลงนโยบายใหม่ๆ ของ ศธ. ขอให้หารือกับรัฐมนตรี เพื่อรัฐมนตรีทั้งสองท่านจะได้แถลงนโยบายก่อน หรืออาจให้องค์กรหลักให้ข่าวด้วยก็ได้ โดยโฆษก ศธ.สามารถนำรายละเอียดต่างๆ ในนโยบายนั้นๆ ไปแถลงความคืบหน้าเพิ่มเติม
ขณะนี้คณะทำงานโฆษกได้เน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีผู้บริหารด้านประชาสัมพันธ์ทุกองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ ได้หารือและติดตามประเด็นที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกวัน โดยได้เปิดแอพพลิเคชั่น Line พูดคุยหารือกันทุกวัน ชื่อกลุ่ม ทีมโฆษก ศธ.
16) การโยกย้ายผู้บริหารสังกัด สป.ศธ.  มอบหมายให้ปลัด ศธ.เป็นผู้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนในประเด็นนี้
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี


ตั้งผอ.คุรุสภาจังหวัดไม่ผ่านเขตพื้นที่ฯ กระจายอำนาจลดจุดอ่อนมาตรฐาน

          นายอำนาจ สุนทรธรรม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภามีแผนที่จะกระจายอำนาจลงสู่พื้นที่ เพื่อให้บริการครูได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาต้องเป็นศูนย์รวมของทั้ง 77 จังหวัด เวลาที่ครูต้องมาติดต่องานกับคุรุสภาทำให้ต้องเดินทางไกล เสียทั้งเวลา และมีค่าใช้จ่าย อย่างค่ารถบางคนก็ต้องเสียค่าที่พัก ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาก็มองเห็นปัญหาเหล่านี้และเห็นด้วยกับเรื่องการกระจายอำนาจซึ่งจะมีการจัดลงในแผนงานของคุรุสภาต่อไปโดยเบื้องต้นการกระจาย อำนาจ อาจจะเริ่มต้นเป็นภาคก่อน ค่อยกระจายลงจังหวัดต่อไป เพราะขณะนี้คุรุสภาเขต เราให้ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาดูแลให้ ซึ่งก็กำลังดูว่าจะรวมเขตมาไว้เป็นจังหวัดหรือจะให้เป็นเขตพื้นที่ฯเหมือนเดิม และจะมีการวิเคราะห์ด้วยว่าการมีคุรุสภาจังหวัดเป็นของตัวเองจะดีกว่าฝากงานเขตพื้นที่ฯหรือไม่
          "แนวคิดที่ได้พูดคุยกันในเบื้องต้น คือ คุรุสภาน่าจะมี ผอ.คุรุสภาจังหวัดเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปฝากงานไว้กับเขตพื้นที่ฯ ซึ่งวันนี้เรามีสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) จังหวัด เป็นต้นแบบให้แล้ว และพร้อมที่จะให้คุรุสภา ไปใช้อาคารสำนักงาน สกสค.จังหวัดได้ เพราะเราใช้กฎหมายเดียวกัน ส่วนงานของคุรุสภาในจังหวัดทุกวันนี้ก็เป็นงานฝากไม่ใช่งานในหน้าที่รับผิดชอบของผอ.เขตพื้นที่ฯ เพราะแต่ละตำแหน่งจะมีมาตรฐานตำแหน่งอยู่ว่า มีหน้าที่อะไร เมื่อคุรุสภาเอางานไปฝากเขตพื้นที่ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ที่เขตพื้นที่ฯบางเรื่องก็ไม่กล้าตัดสินใจเพราะไม่ใช่งานในหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ผมจะนำเสนอบอร์ดคุรุสภาพิจารณาอีกครั้ง"
          เลขาธิการคุรุสภา กล่าวและว่า ถึงเวลาแล้วที่คุรุสภาจะต้องกระจายอำนาจอย่างจริงจัง เพื่อให้การให้บริการเป็นไปได้อย่างทั่วถึง ส่วนที่เกรงว่าอาจจะมีจุดอ่อนเรื่องของมาตรฐานในการทำงาน เมื่อมีการกระจายอำนาจนั้น ไม่น่าเป็นห่วงเพราะหลักเกณฑ์ในการทำงานที่เป็นมาตรฐานสามารถตรวจสอบได้
          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ศธ.เร่งพัฒนาภาษาสำหรับครู

          ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ของ ศธ. เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการดำเนินการขับเคลื่อนฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการติดตามการบูรณาการแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ประเทศและยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ศธ.เป็นเจ้าภาพร่วมในการพัฒนาภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรทั้งประเทศ โดย ศธ.ได้เตรียมที่จะพัฒนาครูตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จำนวน 10,000 คน เพื่อนำร่องในการพัฒนาครูด้านภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนตามภูมิภาค อาทิ ภาคเหนือเรียนภาษาอังกฤษ จีน และพม่า ภาคตะวันออกเรียนภาษาอังกฤษ จีน ลาว และภาคใต้เรียนภาษาอังกฤษ จีน และบาฮาซา เป็นต้น
          "โครงการนี้มีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นเจ้าภาพ โดยขณะนี้ได้มีการติดต่อมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งให้เข้ามาร่วมพัฒนาครูทั้งภาษาอังกฤษ จีน และภาษาอาเซียน อาทิ มหา วิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เป็นต้น โดยโครงการนี้จะเน้นให้ครูสื่อสารได้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่งู ๆ ปลา ๆ แต่ครูทุกคนต้องออกเสียงและสำเนียงได้อย่างถูกต้อง เพราะครูจะต้องนำความรู้ไปถ่ายทอดให้นักเรียน หากใช้ไม่ถูกต้องเด็กก็จะเรียนรู้ไปแบบผิด ๆ" ดร.พวงเพ็ชรกล่าว.
          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พบพิรุธสอบครูผู้ช่วยในสพป.อยุธยา เขต 1

          เลขาฯสพฐ เผยพบพิรุธสอบครูผู้ช่วยในสพป.อยุธยา เขต 1 จำนวน 2 ราย
           นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพื่อติดตามผลการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2556 ซึ่งจัดสอบหว่างวันที่ 22-24 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดรับ 1,070 อัตรา ใน 34 กลุ่มวิชาการ และมีผู้มีสิทธิ์สอบจำนวน 83,930 คน ว่า จากการรายงานผลการจัดสอบครูผู้ช่วยพบว่าไม่มีการทุจริตในลักษณะที่เป็นปัญหาในวงกว้าง มีเฉพาะกรณีที่ผู้เข้าสอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบในสนามสอบของโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย จำนวน 2 ราย เท่านั้น และกำลังรอผลการตรวจพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ว่าได้มีการใช้โทรศัพท์สื่อสารระหว่างสอบหรือไม่ ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 จะได้ไปเร่งรัดติดตามผลและรายงานผลมาให้ทราบอีกครั้ง
          ซึ่งหากพบว่ามีการใช้โทรศัพท์สื่อสารในช่วงสอบก็ถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ อย่างไรก็ตาม การนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบก็ถือว่าผิดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการปฏิบัติของผู้เข้าสอบ พ.ศ. 2548 ซึ่งเท่าที่ตนหารือกับฝ่ายนิติกรศธ.ในการที่ผู้สอบนำโทรศัพท์เข้าห้องสอบก็ถือเป็นการทำผิดกติกา แต่ในระเบียบยังไม่มีการกำหนดบทลงโทษซึ่งจะต้องรอผลการพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
          นายชินภัทร กล่าวต่อว่ายังได้รับรายงานว่าที่สนามสอบที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อยุธยา เขต 1 พบผู้สอบ 2 รายมีลักษณะน่าสงสัยว่าได้มีการนัดแนะไปสมัครเพื่อให้ได้เลขที่นั่งสอบใกล้กันหรือไม่เพราะในวันสอบทั้ง 2 รายมีพฤติกรรมที่พยายามจะช่วยเหลือกันในระหว่างการสอบ ซึ่งทางกรรมการคุมสอบสังเกตเห็นจึงได้แก้ไขให้แยกที่นั่งสอบไกลกัน และกำลังตรวจสอบว่ามีทั้ง 2 รายตอบข้อสอบตรงกันหรือไม่เนื่องจากต้องมีหลักฐานชัดเจนก่อนจึงจะสามารถตัดสิทธิ์การสอบได้ ส่วนการติดตามความคืบหน้าในการจัดติวก่อนสอบครูผู้ช่วยใน สพม.เขต 40 เพชรบูรณ์ นั้นได้เร่งรัดให้ติดตามผลสอบโดยเร็วและรายงานกลับมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการจัดสอบครั้งนี้พบข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจะได้นำผลการจัดสอบรายงานต่อ รมว.ศึกษาธิการ และรมช.ศึกษาธิการ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

ไม่มีความคิดเห็น: