สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 3/2557

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
  • การตั้งผู้แทน ก.ค.ศ. เพื่อกำกับดูแลและติดตามการดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 
    ครั้งที่ 
    1/2557
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบให้ตั้งผู้แทน ก.ค.ศ.เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 พ.ศ.2557 ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วย 1) ผู้ทรงคุณวุฒิ 2) อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ การกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3)ผู้บริหารในสำนักงาน ก.ค.ศ.
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลจากการเปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย ระหว่างวันที่ 10-16 มีนาคมที่ผ่านมา มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)/มัยมศึกษา (สพม.) ที่เปิดสอบแข่งขันในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น 90 เขต แยกเป็น สพป. 60 เขต และ สพม.29 เขต รวมทั้งสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ 1 แห่ง โดยมีตำแหน่งว่างที่เปิดสอบแข่งขันในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น 1,888 อัตรา มีผู้สมัครสอบแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104,545 คน มีกลุ่มวิชาที่เปิดสอบแข่งขันรวมทั้งสิ้น 40 กลุ่มวิชา โดยตำแหน่งว่างในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุด 407 คน รองลงมา อันดับแรกคือ ภาษาไทย 307 คน ภาษาอังกฤษ 227 คน ปฐมวัย 119 คน สังคมศึกษา 94 คน และฟิสิกส์ 86 คน ตามลำดับ
ทั้งนี้ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขัน ภายในวันที่ 8 เมษายน 2557 สอบแข่งขันภาค ก.19 เมษายน 2557 และภาค ข.20 เมษายน 2557 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านภาค ก.และ ข. ในวันที่ 24 เมษายน 2557 โดยผู้ผ่านจะไปสอบภาค ค.ในวันที่ 27 เมษายน 2557 เป็นต้นไป จากนั้นจะประกาศผลการสอบแข่งขันภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2557
รมว.ศธ.กล่าวถึงการสอบแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งกระจายไปยัง 90 เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการกระจายความรับผิดชอบตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและตรงตามความต้องการของเขตพื้นที่การศึกษา หากพบปัญหาการทุจริต ก็จะเกิดความเสียหายเป็นรายเขตพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องรับทราบปัญหาโดยเร็ว เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียและเกิดความไม่ยุติธรรมต่อผู้เข้าสอบโดยรวม ส่วนมาตรการลงโทษผู้ทุจริต จะดำเนินการทั้งทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงาน ก.ค.ศ. รวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์การรับสมัครในสาขาวิชาต่างๆ ว่า ได้สะท้อนถึงการดูแลปัญหาการขาดแคลนครูในภาพรวมอย่างไร มีการเปิดรับสมัครในสาขาที่ไม่มีความจำเป็นหรือไม่ พร้อมทั้งศึกษาแนวโน้นผู้สมัครในสาขาหรือเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะสาขาขาดแคลน เพื่อดูการกระจุกหรือกระจายตัวของครู เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มผลิตครูเกินกว่าอัตราว่างหรืออัตราเกษียณถึง 30,000 คนต่อปี ซึ่งจะต้องพิจารณาทบทวนการผลิตครูอย่างเป็นระบบมีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในภาพรวม โดยมีการถ่วงดุลระหว่างบทบาทของสำนักงาน ก.ค.ศ. และ สพฐ.ต่อไป
  • ห็นชอบย้ายรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 11 ราย
ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามคำขอของข้าราชการ ตามที่ สพฐ.เสนอ รวมทั้งสิ้น 11 ราย  ดังนี้
1. นายสะอาด อุสมา รอง ผอ.สพป.พังงา เป็น รอง ผอ.สพป.สตูล
2. นายไพโรจน์ พรมสอน รอง ผอ.สพป.เลย เขต 1 เป็น รอง ผอ.สพม. เขต 19
3. นายวีรพงษ์ อุ่นมานนท์ รอง ผอ.สพป.เลย เขต 2 เป็น รอง ผอ.สพป.เลย เขต 1
4. นายแสงศิริ ศิริมงคล รอง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 2 เป็น รอง ผอ.สพป.สกลนคร เขต 3
5. นายไชยา ประดิษฐธรรม รอง ผอ.สพป.นนทบุรี เขต 1 เป็น รอง ผอ.สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2
6. นายวีรวัฒน์ คงพิน รอง ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 1 เป็น รอง ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 2
7. นายกรุณพล พราหมเภทย์ รอง ผอ.สพป.ตรัง เขต 1 เป็น รอง ผอ.สพม. เขต 13
8. นายวุฒิ อุดมสินานนท์ รอง ผอ.สพม. เขต 23 เป็น รอง ผอ.สพม. เขต 33
9. นายชะโลม ตรีศักดิ์ รอง ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 เป็น รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 5
10. นายประเสริฐ กษมาพิศาล รอง ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 เป็น รอง ผอ.สพม. เขต 28
11. นายวีระวัฒน์ โพธิ์ทอง รอง ผอ.สพป.ตรัง เขต 2 เป็น รอง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2
  • อนุมัติให้สำนักงาน ก.ค.ศ.แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.)
ที่ประชุมได้อนุมัติให้สำนักงาน ก.ค.ศ.แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" และอนุมัติหลักการการปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน โดยมีสาระสำคัญซึ่งแก้ไขจาก ว5/2557 ดังนี้
เปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือจัดการศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา และรอง ผอ.สพท. (ตามข้อ 2.6)
- การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ผอ.สพท.จะประกาศก่อนวันประเมินภาค ก.และ ข.ไม่น้อยกว่า วันทำการ มีการสอบวันเดียวกัน ทั้งกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ (ตามข้อ 5.2.2)
- ให้คณะอนุกรรมการคัดเลือก ผอ.สพท.คัดเลือกตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด (ตามข้อ 5.2.3)
- ให้ สพฐ.ดำเนินการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง (ตามข้อ 7)
สรุปสาระสำคัญ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก เพื่อให้มีความครอบคลุมและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานการศึกษาทั้งการประถมศึกษาและการมัธยมศึกษา ดังนี้
1. กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทั่วไป ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง และกลุ่มประสบการณ์ ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานตำแหน่งรวมกับการมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน (ด้านการประถมศึกษา หรือการมัธยมศึกษาแล้วแต่กรณี) ผู้มีคุณสมบัติที่มีสิทธิ์สมัครได้ทั้ง 2 กลุ่ม ให้เลือกสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว ทั้งนี้ ได้มีการแก้ไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก เกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
2. ก.ค.ศ.กำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งในแต่ละกลุ่มในสัดส่วนที่เท่ากัน หากไม่สามารถกำหนดสัดส่วนให้เท่ากันได้ จะกำหนดกลุ่มประสบการณ์มากกว่า 1 ตำแหน่ง
3. การคัดเลือก กลุ่มทั่วไปจะต้องสอบภาค ก และภาค ข ก่อน และต้องสอบได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยจะคัดเลือกไว้มากกว่าจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งไม่เกิน 1 เท่า เพื่อเข้าสอบภาค ค  และต้องสอบได้คะแนนภาค ค ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงถือว่าผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ในขณะที่กลุ่มประสบการณ์ จะมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกไม่น้อยกว่า 5 คน ประเมินความเหมาะสมเบื้องต้นก่อน เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติ มากกว่าจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้ง ไม่เกิน 1 เท่า ให้เข้าสอบ ภาค ก และภาค ข และต้องได้คะแนน 2 ภาค รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การคัดเลือก
4. ให้ขึ้นบัญชีไว้ไม่เกิน 2 ปี กรณีประกาศรับสมัครคัดเลือก ผอ.สพป. และ ผอ.สพม. พร้อมกัน จะขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกแยกบัญชี เป็นบัญชี ผอ.สพป. และ ผอ.สพม.และแต่ละบัญชีแยกเป็นกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ โดยให้บรรจุและแต่งตั้งสลับกันเริ่มจากกลุ่มประสบการณ์ก่อน หากบัญชีกลุ่มใด หมดก่อนให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชีกลุ่มที่เหลือ
5. สำหรับการคัดเลือกผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาสนั้น ผู้สมัครจะเป็นผู้มีคุณสมบัติที่ปฏิบัติงานอยู่ในหรือนอกเขตพื้นที่เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ แต่ต้องสมัครใจจะปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าหากได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษฯ แล้ว จะต้องปฏิบัติงานในเขตพัฒนาพิเศษฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จึงจะขอย้ายออกนอกเขตพัฒนาพิเศษฯ ได้
6. ให้ สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด
  • การกำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่าง เพื่อใช้บรรจุและแต่งตั้ง ผอ.สพท.
ที่ประชุมได้รับทราบการกำหนดสัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่าง เพื่อใช้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ซึ่งข้อมูลปัจจุบัน สพฐ.รายงานว่ามีอัตราว่าง ผอ.สพท.จำนวน 50 ตำแหน่ง ดังนี้
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 36 ตำแหน่ง
เขตพื้นที่การศึกษาปกติ 33 ตำแหน่ง แยกเป็นกลุ่มทั่วไป 16 ตำแหน่ง และกลุ่มประสบการณ์ 17 ตำแหน่ง
- เขตพื้นที่การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
3 ตำแหน่ง แยกเป็นกลุ่มทั่วไป 1  ตำแหน่ง และกลุ่มประสบการณ์ 2 ตำแหน่ง
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 14 ตำแหน่ง
เขตพื้นที่การศึกษาทั่วไป 13 ตำแหน่ง แยกเป็นกลุ่มทั่วไป 6 ตำแหน่ง กลุ่มประสบการณ์ 7 ตำแหน่ง เขตพื้นที่การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้  คัดเลือกกลุ่มประสบการณ์ ตำแหน่ง
ทั้งนี้ จะมีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกไว้ไม่เกิน ปี แยกบัญชีเป็น ผอ.สพป. และ ผอ.สพม. และแต่ละบัญชีให้แยกเป็นกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ โดยให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกแต่ละกลุ่มสลับกัน เริ่มจากกลุ่มประสบการณ์ หากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกกลุ่มใดหมดบัญชีก่อน ให้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีกลุ่มที่เหลือ สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็น ผอ.สพท.ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในเขตพัฒนาพิเศษฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงจะขอย้ายออกนอกเขตพื้นที่ดังกล่าวได้
  • ยุติเรื่อง กรณีการใช้ตำแหน่งว่างที่เหลือจากการบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหา  ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา
ตามที่กลุ่มรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่สอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์การตัดสินร้อยละ 60 ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1,224 คน เรียกร้องขอขึ้นบัญชี เป็นผู้ผ่านการสรรหา เนื่องจากเห็นว่าตำแหน่งว่างและคาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการใน 2 ปีงบประมาณที่ประกาศรับสมัคร มีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ซึ่งการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ผ่านมา มีมติมอบ สพฐ.ตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งว่างและตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างที่ประกาศรับสมัครอีกครั้งหนึ่ง
สพฐ.ได้ยืนยันข้อมูลอัตราว่างตามประกาศรับสมัคร ลงวันที่ 26 มีนาคม 2555 ถูกต้องแล้ว คือ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพป. ในกลุ่มประสบการณ์จำนวน 638 ตำแหน่ง กลุ่มทั่วไป 442 ตำแหน่ง และตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพม. ในกลุ่มประสบการณ์จำนวน 111ตำแหน่ง กลุ่มทั่วไปจำนวน 69 ตำแหน่ง ซึ่ง ก.ค.ศ.มีมติรับทราบและให้ยุติเรื่อง
รมว.ศธ.กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อมากว่า 2 ปี ส่วนตัวมีความเห็นใจและเสียดายที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นที่ยุติแล้ว ส่วนการจะไปเยียวยา ก็ไม่มีวิธีใด เพราะยังไม่ได้เป็นผู้ขึ้นบัญชีไว้ ยอมรับว่าการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอาจถูกฟ้องร้องได้จากทั้งสองฝ่าย แต่ก็ถือว่าได้ดำเนินการไปตามประกาศรับสมัครแล้ว
ข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: