สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผลการประชุมองค์กรหลัก 8/2557

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ร่วมประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรศึกษา มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้
  • ผลการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ
รมว.ศธ.แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงภารกิจการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2มีนาคม 2557 ดังนี้
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ตรวจเยี่ยม Northern Regional NonFormal Education Center Luang Pra Bang ที่เมืองหลวงพระบาง หารือความร่วมมือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฯ สปป.ลาว และเยี่ยมชมโรงเรียนพอนสะหวัน กรมมหาวิทยาลัยชนเผ่า ที่นครเวียงจันทน์ ซึ่งต้องการที่จะมีความร่วมมือกันมากขึ้น เพราะ สปป.ลาว มีความสนใจที่จะร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาสนใจที่จะมาเรียนในประเทศไทย รวมทั้งเรียนภาษาไทยด้วย
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้หารือความร่วมมือด้านการศึกษากับ Prof Dr Pham Vu Luan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและการฝึกอบรมของเวียดนาม และเปิดศูนย์อาชีวศึกษาเวียดนาม-ไทย ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมงานและสนใจเรียนภาษาไทยเป็นจำนวนมาก จึงต้องการที่จะมีความร่วมมือกับเวียดนามให้มากขึ้น ต้องการให้จัดทีมหารือโครงการประเมินของ PISA เพราะเวียดนามประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเรื่องนี้ โดย รมว.ศธ.มอบหมายให้ สป.ในฐานะรับผิดชอบยุทธศาสตร์นโยบายต่างประเทศของ ศธ.จัดประชุมหารือเพื่อวางแผนเกี่ยวกับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ต่อไป
  • รายงานสถานการณ์และแนวทางการทำงานในช่วงวิกฤตจากการชุมนุม
  • ที่ประชุมรับทราบผลการหารือระหว่างศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนี้
    1) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำแนวปฏิบัติการเตรียมการเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีหน่วยงานถูกปิดล้อมและบุกรุก
    2) 
    ให้หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบหรือถูกบุกรุกแจ้งความเพื่อเอาผิดทั้งทางอาญาและความผิดทางแพ่ง
    3) 
    ขอให้ส่วนราชการประมาณการความเสียหายทางแพ่งของหน่วยงานในสังกัด และจัดส่งข้อมูลให้ ศรส. โดยเร็ว โดยในส่วนของ ศธ. ขอให้หน่วยงานส่งข้อมูลภายในวันที่ 15 มีนาคม 2557
    นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2557 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพธรรม จำนวนประมาณ 100 คน มาปิดกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้ง ซึ่ง ศธ.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจนกระทั่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำงานที่ ศธ.ได้เป็นปกติแล้ว
    รมว.ศธ.กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองทำให้ข้าราชการและบุคลากรของ ศธ.ต้องไปทำงานนอกกระทรวง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการบริการประชาชน ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งส่งผลต่อการดูแลสถานศึกษาทั่วประเทศ และล่าสุดมีกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อมโลหะปิดประตู ตัดน้ำ ตัดไฟ และนำมิเตอร์ของ ศธ.ออกไปด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อการทำงานและความรู้สึกของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งและความรุนแรง รวมทั้งประสานงานกับ ศรส. และเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้มีการปิดกระทรวง ทำลายทรัพย์สิน หรือเข้ามายึดกระทรวง
    ทั้งนี้ แม้ขณะนี้จะมีการลดจำนวนจุดชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มชุมนุมที่อยู่ใกล้บริเวณ ศธ. จึงหวังว่าผู้ชุมนุมจะลดการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ และการศึกษาของประชาชน โดยเฉพาะผลเสียต่อเด็กและเยาวชนของชาติในช่วงที่ใกล้การสอบปลายภาคและการสอบแข่งขัน เพราะการใช้กำลังรุกรานสถานศึกษาและ ศธ. จะส่งผลทำให้เด็กจำนวนมากเสียเปรียบและเสียโอกาส
    • ความก้าวหน้ากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    จากการที่กองทุน กยศ. ถูกปรับลดงบประมาณจำนวน 6,700 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณเพียง 16,800 ล้านบาท ทำให้กองทุนฯ ไม่สามารถคงเป้าหมายผู้กู้ยืมในปีการศึกษา 2557 จำนวน 865,200 รายได้ ต้องปรับลดเป้าหมายการให้กู้ยืมสำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ลงทั้งจำนวน 230,000 ราย และปรับลดผู้กู้ยืมรายเก่าลง จำนวน 141,671 ราย จาก 635,200 ราย เหลือเพียง 493,529 ราย นั้น
    ขณะนี้กองทุนฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยขออนุมัติใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมาชดเชยงบประมาณในส่วนที่ถูกปรับลด จำนวน 2,118 ล้านบาท ประกอบด้วย สำหรับผู้กู้ยืมรายเก่าจำนวน 30,000 ราย เป็นเงิน 710 ล้านบาท และผู้กู้ยืมรายใหม่ จำนวน 112,500 ราย เป็นเงิน 1,408 ล้านบาท แบ่งเป็น ระดับ ม.ปลาย จำนวน 50,000 ราย ระดับ ปวช.จำนวน 50,000 ราย ระดับ ปวท./ ปวส. จำนวน 2,500 ราย และระดับ อนุปริญญา/ปริญญาตรี จำนวน 10,000 ราย กยศ.ได้แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อขออนุมัติใช้งบกลางฯ
  • ที่ประชุมได้ขอให้องค์กรหลักที่ดูแลนักเรียนนักศึกษา สำรวจและสรุปสถิติจำนวนการกู้ยืมในปีที่ผ่านๆ มา เพื่อประเมินจำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการตัดงบประมาณว่ามีจำนวนเท่าใด และที่ขอเพิ่มเติมอีก 2,118 ล้านบาทนั้น จะครอบคลุมและเพียงพอหรือไม่ รวมทั้งขอให้ผู้แทนองค์กรหลัก ศธ.หารือกับ กยศ. และในกรณีที่เรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ขอให้จัดทำสรุปเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม.ต่อไป ทั้งนี้ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอให้เร่งดำเนินการและพิจารณาว่ามีประเด็นใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
    • การพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
    ศธ.ได้จัดทำแผนการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2557-2558 ตามนโยบายด้านการศึกษาข้อที่ 8 พัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา ลดอัตราการอ่านไม่ออกของนักเรียนระดับประถม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านวิทยาการสมัยใหม่ และเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาแก่ผู้เรียน โดยมีแผนการดำเนินงาน 7 แผนงานหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2) การส่งเสริมและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเทคโนโลยี 3) การพัฒนาหลักสูตร 4) การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 5) การจัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษา 6) การเรียนรู้ด้านอาชีพและการมีงานทำ และ 7) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
    รมว.ศธ.กล่าวว่า ขอให้เรียบเรียงประเด็นที่องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหา เสนอที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ และควรจัดประเด็นสำคัญๆ ที่ส่งผลกระทบสูง เช่น การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสูงขึ้น การจัดการศึกษาในพื้นที่ที่มีความยากลำบากเป็นพิเศษ การจัดการศึกษาในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ และการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: