สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

เขตพื้นที่ฯแห่ออกข้อสอบครูผช.เอง

 นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสอบแข่งขันคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ครั้งที่ 1 ปี 2557 ใน 89 เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) รวม 1,888 อัตรา ที่จะสอบภาค ก และ ข ในวันที่ 19-20 เมษายน ว่า พบว่าการดำเนินการสอบครูผู้ช่วย จะมีทั้งเขตพื้นที่ฯจ้างให้สถาบันอุดมศึกษาออกข้อสอบ ประมวลผลสอบ กับเขตพื้นที่ฯเป็น ผู้ออกข้อสอบ ตรวจกระดาษ และประมวลผลสอบเองทั้งหมด โดยกลุ่มเขตพื้นที่ฯดำเนินการเองมีมากกว่า ซึ่งตนก็ห่วงใยและให้แนวทางการดำเนินการเพื่อให้การสอบคัดเลือกบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีทุจริต อย่างกรรมการออกข้อสอบ ต้องไม่ให้ผู้ที่จัดติวสอบครูผู้ช่วยมาเป็นกรรมการออกข้อสอบเด็ดขาด และต้องเข้มงวดตรวจสอบการออกข้อสอบ เพื่อไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล นอกจากนี้ วันสอบทางเขตพื้นที่ฯต้องตรวจดูว่าผู้เข้าสอบมีชื่อนามสกุลเข้าสอบซ้อนกัน 2 สนามหรือไม่ เพราะบางคนอาจเดินสายสมัครสอบหลายแห่ง หากพบมีชื่อเข้าสอบตรงกัน แสดงว่ามีทุจริตส่งคนอื่นเข้าไปสอบแทน จะต้องรีบตัดสิทธิ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจกโปรแกรมการตรวจสอบรายชื่อไปยังเขตพื้นที่ฯที่เปิดสอบแล้ว
          "ตอนนี้ยังไม่มีข่าวที่น่ากังวลเกี่ยวกับการทุจริตสอบ แต่ผมวิตกจริตในฐานะที่ทำเรื่องนี้มาเยอะ จึงได้กำชับเขตพื้นที่ฯเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ว่าให้หากรรมการออกข้อสอบที่ไว้ใจได้ อาจเป็นครูก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารโรงเรียนที่รู้จักคนมาก อาจไว้วางใจลำบาก ส่วนก่อนถึงวันสอบ 1 สัปดาห์ ผู้บริหาร สพฐ.จะตระเวนออกติดตามความพร้อมการจัดสอบครูผู้ช่วยในพื้นที่ต่างๆ เพื่อยืนยันกับสังคมว่า สพฐ.ให้ความสำคัญ และเข้มงวดกับการทุจริตสอบครั้งนี้" นายอภิชาติกล่าว
          นายอภิชาติกล่าวต่อว่า หลังปิดรับสมัครสอบครั้งนี้ เมื่อดูสาขาวิชาเอกหลักๆ เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เป็นต้น มีผู้สมัครน้อย เพราะส่วนใหญ่สอบขึ้นบัญชีไว้ที่เขตพื้นที่ฯ ตั้งแต่ปี 2555-2556 และบัญชียังไม่ถูกยกเลิก ทำให้มีผู้รอบรรจุอยู่ และไม่ได้สมัครสอบในคราวนี้ ทำให้ผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ทั้งนี้ ขอฝากไปยังกลุ่มบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ว่าการสมัครสอบครั้งนี้ เกิดปัญหาบัณฑิตใหม่หลายรายเสียโอกาส ไม่สามารถสมัครสอบได้ เพราะใช้ใบทรานสคริปต์จบการศึกษาภาษาอังกฤษมาสมัครสอบ ขณะที่เขตพื้นที่ฯกำหนดให้ใช้ฉบับภาษาไทย ซึ่งบางพื้นที่ฯอนุโลมให้สมัครก่อนได้ แล้วขอฉบับภาษาไทยมาให้ในภายหลัง แต่บางแห่งไม่อนุโลม ทำให้เสียสิทธิสมัครสอบเพราะขาดคุณสมบัติ ดังนั้น เวลาจะจบการศึกษาจึงขอให้บัณฑิตขอใบทรานสคริปต์ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จะได้ไม่เกิดปัญหา
     
  --มติชน ฉบับวันที่ 11 เม.ย. 2557 


สอบใบวิชาชีพครูเน้นความรู้-ทักษะ

          ศ.กิตติคุณ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะประธาน กรรมการคุรุสภา เปิดเผยถึงการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของคุรุสภา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมเห็นว่าในการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของคุรุสภานั้น ควรเป็นการสอบวัดคุณภาพบัณฑิตโดยเน้นที่องค์ความรู้ เพราะเป็นศาสตร์เฉพาะทางที่ต้องผ่านการศึกษา ฝึกฝน และพัฒนามาแล้ว ทักษะวิชาชีพที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดความชำนาญ เชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ และจรรยาบรรณวิชาชีพที่ส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นครู
          ทั้งนี้ จะต้องออกแบบระบบการสอบที่มีคุณภาพ ที่สะท้อนความเป็นวิชาชีพทั้ง 3 ด้าน โดยอาจครอบคลุมการสอบที่เป็น Paper-Pencil Test การปฏิบัติจริงบันทึกในซีดี และหรือพิจารณาจาก Portfolio เป็นต้น ส่วนการบริหารจัดการ คุรุสภาควรรับผิดชอบเชิงระบบและต้องประสานสถาบันที่เชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพและมีระบบความปลอดภัยเพื่อเป็นหน่วยงานดำเนินงานที่น่าเชื่อถือ เชื่อมั่นได้ ซึ่งอาจร่วมมือกับสถาบันการทดสอบแห่งชาติ
          ทั้งนี้ ในการดำเนินงานให้มีการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ควรให้ความสำคัญใน 2 เรื่องหลัก คือ 1.การสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการสอบ ที่ไม่ใช่การตรวจสอบแต่เป็นการยกระดับวิชาชีพ นำไปสู่การพัฒนา และ 2.การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันการผลิตเพื่อดำเนินการในเรื่องการสังเคราะห์องค์ความรู้ทั้ง 11 มาตรฐาน ให้เห็นกรอบเนื้อหาสาระความรู้ เพื่อให้กระบวนการสอนและการสอบมีความสอดคล้องกัน
          อย่างไรก็ตาม ถึงการทดสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะเป็นแนวปฏิบัติที่มีมานานแล้วในวงวิชาชีพอื่น แต่ในวงวิชาชีพครูยังถือว่าเป็นของใหม่อยู่ คุรุสภาจึงมีการศึกษาพิจารณากันอย่างกว้างขวางก่อนที่จะมีข้อสรุปออกมา ซึ่งในครั้งต่อๆ ไปคุรุสภาจะเชิญวิชาชีพอื่นๆ มาคุยให้ฟัง เชิญผู้แทนผู้ผลิตคือ ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มาให้ข้อเสนอแนะในฐานะผู้ผลิต รวมทั้งจะเชิญผู้ใช้ครูและผู้ปกครองมาคุยด้วยว่า สังคมต้องการครูอย่างไร เพื่อให้แนวทางการทดสอบเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพ ต่อผู้ใช้ และต่อสังคมอย่างแท้จริง          

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สอศ.-สพฐ.เร่งขยาย 'แปดริ้วโมเดล' ผลิตวิชาชีพเชี่ยวชาญพิเศษป้อนเขตอุตสาหกรรม

          นายอกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแปดริ้วโมเดล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ใน จ.ฉะเชิงเทรา กับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการใช้องคาพยพของระบบการศึกษาภายใน จ.ฉะเชิงเทรา มาพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ.ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จด้วยดี
          สอศ.จึงขยายผลร่วมกับหอการค้าไทยจังหวัดฉะเชิงเทรา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงสถานประกอบการภายในการวิเคราะห์ความต้องการกำลังคนของจังหวัดในแต่ละปี ว่าต้องการวิชาการ วิชาชีพ ปีละเท่าไหร่ แบบไหน และสาขาใด เพื่อผลิตกำลังคนรองรับความต้องการ
          รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า จากนี้ สอศ.และสพฐ.จะจัดแผนการเรียนการสอนร่วมกัน โดยวิชาเรียนพื้นฐานระดับมัธยมต้นจะเป็นวิชากลุ่มแกนวิชาชีพ เมื่อเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ก็จะยกเว้นรายวิชาเหล่านี้ เพื่อไปเน้นทักษะวิชาชีพระดับสูงและทักษะเฉพาะทางตามคุณลักษณะที่เป็นความต้องการ โดยเด็กจะมีรายได้ระหว่างเรียนขณะเรียนและทำงานระบบทวิภาคีในสถานประกอบการ และถูกบรรจุเป็นพนักงานทันทีเมื่อเรียน จึงเป็นการการันตีเป้าหมายที่ชัดได้ว่าเรียนแล้วมีงานรองรับอย่างแน่นอน
          "ถ้าโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เราจะขยายผลต่อไปยังกลุ่มจังหวัดที่เป็นเขตอุตสาหกรรมซึ่งต้องการกำลังคนที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษต่อไป ซึ่งขณะนี้บางจังหวัดก็เล็งๆ จะเริ่มนำร่องตามโมเดลนี้แล้ว เป็นมิติการผลิตกำลังคนที่เราต้องเร่งทำ แต่จะสำเร็จได้นั้นจะต้องทำงานเชื่อมต่อกันระหว่างอาชีวะ โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการส่งต่อเด็กอาชีวะสู่มหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรสาขาซึ่งอาชีวะไม่ได้เปิดสอนด้วย" นายอกนิษฐ์กล่าว
       
   --ข่าวสด ฉบับวันที่ 11 เม.ย. 2557

ไม่มีความคิดเห็น: