สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๒

ห้องประชุมอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ว่าที่ประชุมได้รับทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่การศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และรับทราบความก้าวหน้าในการสอบคัดเลือก ผอ.สพท.ที่ว่างจำนวน ๑๑ ตำแหน่ง

รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้รับทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่การศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ สพฐ.ไปรวบรวมสภาพข้อเท็จจริงของปัญหาให้ที่ประชุมได้พิจารณา พบว่ามีปัญหาอย่างน้อย ๖ ลักษณะที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

๑) การย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งนอกจากจะมีปัญหาในเรื่องความไม่ชอบมาพากลในบางเขตพื้นที่ฯ แล้ว ยังมีเรื่องที่บางเขตพื้นที่ฯ ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดด้วย

๒) การเลื่อนขั้นเงินเดือน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ บางแห่งมีการก้าวล่วงอำนาจของผู้บริหารในหน่วยงานโดยตรงนั้นๆ บางกรณีมีการให้ ๒ ขั้นเกินโควต้าที่กำหนด เช่น กำหนดโควต้าไว้ไม่เกิน ๑๕% แต่เกินไปเป็น ๑๐๐ คนก็มี

๓) การประเมินผลงานทางวิชาการในเรื่องวิทยฐานะ มีบางเขตพื้นที่ฯ เรียกร้องหาผลประโยชน์จากครู รวมทั้งมีการรับจ้างทำผลงานทางวิชาการ

๔) การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีบางเขตพื้นทื่ดำเนินการไม่โปร่งใส

๕) การนำเรื่องขึ้นฟ้องศาล ทั้งศาลอาญาและศาลปกครอง

๖) การจัดอัตรากำลังในสถานศึกษา เช่น การบรรจุพนักงานราชการเป็นข้าราชการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้บรรจุได้ไม่เกิน ๒๕% แต่บางเขตพื้นที่บรรจุมากถึง ๑๐๐%

สภาพปัญหาตัวอย่างที่ สพฐ.ได้รวบรวมนี้ เป็นปัญหาที่ สพฐ.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโดยใช้อำนาจของตนเองได้ เนื่องจากการบริหารงานบุคคลของ สพฐ.นั้น มี ก.ค.ศ.เป็นองค์กรกำกับดูแลอยู่ตามกฎหมาย จึงเป็นที่มาที่จะต้องนำประเด็นสภาพปัญหาทั้งหมดนี้มาให้ ก.ค.ศ.พิจารณาช่วยแก้ปัญหาให้

ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญรับเรื่องร้องเรียนขึ้นมา โดยมีเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานคณะอนุกรรมการ และเมื่อรับร้องเรียนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลแล้ว ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน จากนั้นให้รายงานที่ประชุม ก.ค.ศ.ทราบทุกครั้ง เพื่อพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปให้เกิดผลโดยเร็ว ดังนั้นต่อไปนี้หากเขตพื้นที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น ก.ค.ศ.จะได้ใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่โดยเข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งอำนาจยับยั้ง ยกเลิก ให้ทำใหม่ ตลอดจนอำนาจในการลงโทษผู้กระทำความผิด ถึงขั้นถอดถอนออกจากอนุกรรมการ ก.ค.ศ. ตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ ขณะเดียวกันในส่วนของ สพฐ.ก็จะใช้มาตรการทางการบริหารได้มากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) จำนวน ๑๑ ตำแหน่ง เพื่อทดแทนอัตราเกษียณ โดยจะมีการขึ้นบัญชีไว้ ๒ ปี ซึ่งได้รับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ ๘-๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ มีผู้สมัครทั้งสิ้น ๑,๓๕๕ ราย แยกเป็นสมัครด้วยตนเอง ๑๑๒ ราย สมัครทางไปรษณีย์ ๑,๒๔๓ ราย ขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจคุณสมบัติ โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกได้ภายในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ กำหนดสอบภาค ก สอบข้อเขียน ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ โรงเรียนหอวัง กรุงเทพ

ไม่มีความคิดเห็น: