วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ศธ.เริ่มมาตรการทางการบริหารมากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวว่า สิ่งที่ขอเน้นย้ำไปยังผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องการทุจริต ความไม่โปร่งใสในโครงการต่างๆ หากพบข้อมูลความไม่โปร่งใส ความไม่ชอบมาพากลแล้ว ขอให้แจ้งหรือร้องเรียนเข้ามาได้ และเมื่อตรวจสอบภายหลังแล้วว่าดำเนินการไม่ถูกต้องก็จะมีความผิดด้วย โดย ศธ.จะใช้อำนาจเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง วันนี้ได้เริ่มใช้มาตรการทางการบริหารแล้ว

กรณีล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งย้ายผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งในสพท.มหาสารคาม ให้มาช่วยราชการที่ สพฐ.ภายใน ๒๔ ชั่วโมงแล้วตั้งแต่วันนี้ (๓๐ ตุลาคม) หลังจากถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อสื่อมัลติมีเดียที่ได้รับงบประมาณผู้ว่าซีอีโอจากกระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดมหาสารคามและ สพท.มหาสารคาม ได้จัดซื้อร่วมกันในวงเงิน ๕๘ ล้านบาท ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ๒๕๕๒ ผลการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่า การจัดซื้อมีการกำหนดสเป็คที่เอื้อผลประโยชน์ต่อผู้เสนอราคารายหนึ่ง จึงทำให้ผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต ๒ ซึ่งได้รับหนังสือร้องเรียนจากครูที่นำเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษนั้น ทาง สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ขณะนี้ได้รับรายงานว่า สพฐ.ได้สั่งการให้ สพท.อุตรดิตถ์เขต ๑ ดำเนินการตามกฎหมายกับข้าราชการรายหนึ่ง สังกัด สพท. อุตรดิตถ์ เขต ๑ แล้ว โดยให้ข้าราชการดังกล่าวพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนทางวินัยจนกว่าจะแล้วเสร็จ

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ขอให้พวกเราทุกคนทั้งประเทศช่วยตรวจสอบความไม่โปร่งใสในทุกกรณี หากพบความไม่ชอบมาพากล พบอะไรไม่โปร่งใส สามารถร้องมาได้โดยตรงที่ต้นสังกัดหรือรัฐมนตรี และทุกเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน จะต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดย สพฐ.จะต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จและรายงานให้ ก.ค.ศ.ทราบทุกเรื่องภายใน ๓๐ วัน ไม่ว่าเรื่องนั้นจะยุติเรื่องหรือไม่ก็ตาม ยืนยันว่าต่อไปนี้กระบวนการสอบสวนต่างๆ ต้องเร็วขึ้น ไม่ใช้เวลาเป็นปีๆ อีกต่อไป

สำหรับกรณีเรื่องนมโรงเรียน ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อนมให้โรงเรียนนั้น โรงเรียนต้องตรวจสอบคุณภาพนมให้ดี หากทางโรงเรียนตรวจสอบพบว่านมที่ได้รับมาไม่มีคุณภาพให้แจ้ง อปท.ทราบ หรือหากไม่แน่ใจให้ประสานกระทรวงสาธารณสุขหรือ สพท.ช่วยตรวจสอบต่อไป เพราะหากเด็กได้นมไม่มีคุณภาพก็เท่ากับเหมือนท่านเอายาพิษให้เด็กของท่านดื่มเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม

สนทนา

ฟังเพลง