สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

มหกรรมรักการอ่าน "อ่านเทิดไทย


นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมรักการอ่าน "อ่านเทิดไทย" ผนึกกำลังอ่านเพื่อสร้างไทยให้ไพบูลย์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมกว่า ๑,๐๐๐ คน

รมว.ศธ. กล่าวว่า การปลูกฝังส่งเสริมนิสัยรักการอ่านนั้น ประเทศไทยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นแบบฉบับที่ดี ควรค่าแก่การยกย่อง “แม่ของแผ่นดิน” อย่างสูงสุด โดยพระองค์ทรงมีพระจริยาวัตรและพระอุปนิสัยเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย ปรากฏดังพระฉายาลักษณ์ที่ทรงสอนหนังสือและเล่านิทานพระราชทานแก่พระราชโอรส พระราชธิดา พระองค์ทรงเป็นนักอ่านที่มีพระราชวิจารณญาณอย่างลึกซึ้ง เมื่อทรงอ่านพบสิ่งใดที่น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์ จะทรงอ่านและบันทึกลงในแถบบันทึกเสียงพระราชทานแก่ราษฎรในชนบทได้ฟัง สำหรับหนังสือไทยที่น่าอ่านสำหรับเด็กและเยาวชนไทย ตามพระราชวิจารณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ พระอภัยมณี รามเกียรติ์ นิทานชาดก อิเหนา พระราชพิธีสิบสองเดือน และกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้ง (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร)

การส่งเสริมเด็กและเยาวชนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน และเป็นนักอ่านที่ดี นับเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับประเทศชาติ เพราะการอ่านหนังสือทำให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งในด้านความคิดและพฤติกรรม หากส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่านได้ถึงแก่นแท้อย่างมีวิจารณญาณ ก็จะก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านความคิด และพฤติกรรมที่พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมั่นคง จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยเป็นนักอ่าน และขอเชิญชวนประชาชนมาเยี่ยมชมงาน โดยเฉพาะหากโรงเรียนหรือผู้ปกครองได้พาบุตรหลานมาเที่ยวชมงานด้วย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รมว.ศธ.ต้องการเห็นว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการอ่าน โดยเฉพาะปีนี้เป็นปีที่ยกระดับให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ในปี ๒๕๕๒-๒๕๖๑ เป็นทศวรรษแห่งการอ่านอีกด้วย

รมว.ศธ.กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลดภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่านว่า ครม.ได้มอบหมายให้ ศธ.หาข้อยุติเรื่องการลดหย่อนภาษีที่ ศธ.เสนอทั้ง ๓ ส่วน คือ ลดหย่อนภาษีสำหรับผู้บริจาคหนังสือให้กับสถานศึกษา ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อหนังสือ และลดหย่อนให้กับผู้ผลิตหนังสือหรือสื่อการเรียนการสอน ซึ่งขณะนี้ รมว.ศธ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว โดยคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคม จะสามารถนำเรื่องกลับเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ ซึ่งในความเป็นจริงทุกฝ่ายก็เห็นด้วย เพราะการยกให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ก็จะต้องมีมาตรการเพื่อจูงใจให้คนไทยรักการอ่านเพิ่มมากขึ้น

การลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อหนังสือ จะมีการหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อหาวิธีการนำข้อมูลไปใช้ลดหย่อนภาษี รวมทั้งการลดหย่อนสำหรับผู้ผลิตหนังสือจะต้องหารือร่วมกับกรมสรรพากรต่อไป.

ไม่มีความคิดเห็น: