สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

จุดเน้นคุณภาพผู้เรียน จุดเปลี่ยนปฏิรูปการศึกษา

นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศ ต้องยอมรับว่าผลงานเข้าตาประชาชนมากที่สุดก็คงเป็นเรื่องของการศึกษาด้วยมีผลงานค่อนข้างชัดเจนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเรียนฟรี 15 ปี ที่รัฐได้ดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้กับเด็กทุกคน ด้านอาหารกลางวันก็จัดให้เด็กได้รับประทาน 100 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มค่ารายหัวให้จาก 10 บาท เป็น 13 บาท รวมถึงวิธีการจัดสรรงบประมาณที่ สอดคล้องกับบริบทของปัญหาได้มากขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามผลงานที่ว่านี้ส่วนใหญ่ยังเป็นด้านบริหารจัดการ แต่สำหรับคุณภาพชีวิตเด็กแล้วยังมีปัญหาที่รอการแก้ไขพัฒนา อยู่อีกมาก เพราะนอกจากพฤติกรรมเด็กที่เห็นกันจนชินตาในปัจจุบันนี้แล้ว เรื่อง ของคุณภาพการเรียนรู้ก็ยังตกต่ำอย่างน่าใจหายซึ่งจะเห็นได้จากผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ที่ทุกวิชาแทบจะไม่ผ่านถึงครึ่ง ส่วนนี้คงไม่ต้องไปพูดถึงทักษะกระบวนการ คิดและทักษะที่จะทำให้วิถีชีวิตดำเนินไป อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นทักษะที่พัฒนาได้ ยากกว่าเนื้อหาวิชาการเข้าไปอีก

จากปัญหาที่ว่านี้รัฐบาลก็คงเห็นเช่นเดียวกัน จึงได้ประกาศปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ระหว่างปี 2552-2561 ขึ้นอีกครั้ง เพื่อเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยนายกรัฐมนตรีได้มาประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียนด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงกับการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งจุดเน้นที่กำหนดขึ้นก็ต้องการแก้ปัญหาจุดอ่อน ส่งเสริม เติมเต็มจุดเด่น ให้เด็กไทยเป็นคนดี คนเก่ง อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต

พร้อมเป็นหลักประกันว่าเด็กในแต่ละระดับชั้นต้องเกิดคุณภาพ ดังนี้ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 ต้องอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น มีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน มีทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย และมีคุณสมบัติ “เป็นผู้ใฝ่ดี” มีเหตุผล รู้จักแยกแยะถูกและผิด เข้าใจ ยอมรับในความแตกต่างทางความคิดของคนอื่น ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ต้องอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน มีทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย มีคุณสมบัติ “เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้” สนใจ ค้นคว้าหาความรู้ เพื่อปรับตัวให้เหมาะกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) ผู้เรียนต้องมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง มีทักษะชีวิตและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย มีคุณสมบัติ “อยู่อย่างพอเพียง” เพื่อเป็นเกราะป้องกันตนเองจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) ต้องสามารถแสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย มีคุณสมบัติ “มุ่งมั่นการศึกษาและการทำงาน” เพื่อพัฒนาด้านวุฒิภาวะ มุ่งสู่อนาคตและเตรียมตัวสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและเข้าสู่การงานอาชีพ นอกจากนั้นทุกระดับชั้นผู้เรียนจะต้องเป็นคนดี มีจิตสำนึกในความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน และมีจิตสาธารณะ

การที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียนครั้งนี้ด้วยตัวเองนั้น ก็น่าจะถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะจะได้ทำให้สาธารณชนทราบว่าผู้นำประเทศให้ความสำคัญและเอาจริงกับเรื่องคุณภาพคน ซึ่งก็น่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเกิดความกระตือรือร้นมากขึ้น รวมถึงผู้ปฏิบัติจะได้มีธงชัยและเข็มทิศนำทางไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเด็กให้เกิดคุณภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นไปตามจุดเน้นได้นั้น คงไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศแล้วทุกอย่างจะสำเร็จได้ เพราะการพัฒนาคนเป็นงานใหญ่ งานหนัก เห็นผลช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังมีองค์ประกอบ ปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดให้งานเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากน้อยเพียงใดอยู่อีกหลายด้าน ส่วนนี้จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญด้วยโดยช่วยผลักดันปัจจัยต่าง ๆ ให้เกิดความพร้อมกับการพัฒนาได้สูงสุด ทั้งด้านการบริหารจัดการที่น่าจะมีการปรับระบบกันใหม่ โดยเฉพาะวิธีคิด วิธีการแก้ปัญหานั้นควรให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนและชุมชนเพราะจะรู้บริบททุกอย่างดีกว่าหน่วยเหนือ

ส่วนนี้นอกจากจะทำให้แก้ปัญหา พัฒนาได้ตรงจุดและรวดเร็วแล้ว ยังช่วยลดภาระงานให้กับครูได้มากมายตามมาอีก ด้วย เพราะที่ผ่านมาหน่วยเหนือมีโครงการ กิจกรรมทั้งของตนเองและจากการขอความร่วมมือของหน่วยงานอื่น ๆ ส่งไปให้ครูทำมากมายจนแทบไม่มีเวลาสอนหรือหมดแรงก่อนที่จะสอนเด็ก หากแก้ไขส่วนนี้ได้ก็น่าจะทำให้ครูมีเวลาคิดออกแบบ เตรียมการจัดการเรียนการสอนได้เต็มเวลา เต็มกำลังความสามารถ และมีประสิทธิภาพขึ้น แถมยังจะช่วยทำให้บุคลากรอื่น ๆ ทั้งศึกษานิเทศก์หรือผู้บริหารโรงเรียนได้มีเวลาแนะนำ ช่วยเหลือครูอย่างเต็มที่ รวมถึงงบประมาณก็จะได้ถึงมือผู้ปฏิบัติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย

ปัจจัยต่อมาคือ ปัญหาครูที่จะต้องดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งครูขาดแคลน คุณภาพครูและขวัญกำลังใจครู ไม่ใช่คิดแต่พัฒนาครูให้มีคุณภาพอย่างเดียว เพราะข้อเท็จจริงแล้ว ครูที่มีอยู่ก็มีทั้งประเภทขาดคุณภาพจริง กลุ่มที่มีศักยภาพแต่ไม่ใส่ใจจะปฏิบัติงานหรือสอนตามประสบการณ์เดิมและกลุ่มที่ขาดขวัญกำลังใจด้วยภาระงานเพิ่มขึ้น ไม่ได้รับความก้าวหน้า มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ส่วนนี้จึงต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดไม่ใช่หว่านแหคิดใช้งบประมาณไปกับการพัฒนาครูทั้งระบบ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองและตัวผู้เรียนเองที่ส่วนใหญ่ยังมีเจตคติกับ เป้าหมายการเรียนรู้อยู่แค่เนื้อหาวิชาการ เพื่อเป็นผลเข้าเรียนต่อในโรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเท่านั้น โดยไม่สนใจคุณภาพชีวิตด้านอื่นที่จะตามมาในอนาคต รวมถึงวิธีการรับนักเรียน นักศึกษาของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ก็ยังเน้นด้านสติปัญญาเป็นหลัก ส่งผลให้การสอนของครูส่วนหนึ่งจึงยังสนองกับ ความต้องการของเด็กและผู้ปกครองอยู่ รวมถึงปัจจัยปัญหาความต่อเนื่องด้านนโยบายที่มักมีการเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐมนตรีหรือรัฐบาลใหม่อยู่เสมอ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานปรับตัวไม่ทันหรือไม่ให้ความสำคัญไปเลย

นอกจากนั้นปัจจัยความสำเร็จจะเกิดได้ก็ยังขึ้นอยู่กับผู้ปกครองและสังคมทั้งหลายด้วยที่จะต้องร่วมมือ ร่วมใจดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนไปทั้งหมด เพราะเด็กก็เป็นลูกหลานของตนเอง จึงต้องใส่ใจให้ความสำคัญมากกว่าที่จะมัวไปสนใจอยู่กับการทำมาหากินอย่างเดียว ส่วนสังคมทั้งหลายก็อย่าเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ จนทำให้สภาพแวดล้อมรอบข้างตัวเด็กกลายเป็นสิ่งเลวร้าย เป็นพิษเป็นภัย จนเด็กหาทางเดินไม่ได้

หากผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและสั่งการ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาค ส่วน ได้ทำหน้าที่กันอย่างจริงใจ จริงจัง โดยไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดมาแอบแฝงแล้ว เชื่อว่าการพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายเป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข ตามจุดเน้นที่ประกาศไว้นั้น คงจะเกิดขึ้นได้ แน่ ด้วยพื้นฐานของคนไทย มีความดี งามทั้งด้านอารมณ์ และจิตใจเป็นทุน เดิมอยู่ก่อนแล้ว หากทุกฝ่ายมีวิธีการที่ ถูกทาง ร่วมมือ ร่วมใจ ดำเนินการกันอย่างจริงใจ จริงจัง คุณภาพความเป็นคนไทย ชาติไทย เช่นในอดีตจะกลับมาได้อีกครั้งอย่างแน่นอน.

กลิ่น สระทองเนียม นสพ.เดลินิวส์

ไม่มีความคิดเห็น: