สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

มอบนโยบายและแนวทางการทำงาน ผอ.สพป./สพม.

รมว.ศธ.กล่าวว่า ต้องการมาพบกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกๆ ๒ เดือน ส่วนการพบในครั้งนี้ได้แสดงความขอบคุณการดำเนินงาน ๑๙ โครงการ ๑๙ ความสำเร็จด้านการศึกษาในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา เพราะ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ถือเป็นขุนพลหลักที่มีส่วนขับเคลื่อนในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเป็นโครงการที่มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

๑. โครงการ "เรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ" ซึ่งได้ผลักดันงบประมาณปี ๒๕๕๔ จำนวนมากถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้นักเรียน ม.๔-๖ และ ปวช. ได้รับหนังสือเรียนฟรี โดยไม่ต้องยืมเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการมีส่วนร่วมของกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน

๒. โครงการ "ดื่มนมและอาหารกลางวันฟรี" ได้เพิ่มงบประมาณรายหัวให้เด็กได้ดื่มนมฟรีจาก ๖ บาท เป็น ๗ บาทต่อคนต่อวัน จำนวน ๒๐๐ วัน และปรับปรุงงบประมาณรายหัวโครงการอาหารกลางวัน จากรายหัวละ ๑๑ บาท เป็น ๑๓ บาท โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๙,๒๙๘,๑๕๙,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาสมองเด็กไทยต้องใส่ใจอย่างยั่งยืน” ที่สนองตอบต่อการดำเนินการตามโครงการ

๓. โครงการ "เด็กพิการเรียนฟรี ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนถึงปริญญาตรี" ซึ่งได้มีการเพิ่มจำนวนนักเรียนพิการ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. จาก ๑๙,๙๑๔ คน เป็น ๒๐,๙๘๑ คน เรียนต่อระดับปริญญาตรีสูงขึ้น เป็น ๔,๕๖๒ คน มีโรงเรียนเรียนร่วมเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕,๕๓๐ โรงเรียน

๔. โครงการ "ประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน" ซึ่งได้ประกาศคุณภาพผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน ดังนี้

สพฐ. นักเรียนชั้น ป.๑-๓ ต้องอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวิต และเป็นผู้ใฝ่ดี ป.๔-๖ อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวิต สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และใฝ่เรียนรู้ ม.๑-๓ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และอยู่อย่างพอเพียง ม.๔-๖ แสวงหาความรู้ เพื่อแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย และมีความมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน

อาชีวศึกษา ต้องมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะในอาชีพ มีสมรรถนะที่สามารถปฏิบัติงานได้จริงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรมและกิจนิสัยที่เหมาะสมในการทำงาน

อุดมศึกษา บัณฑิตต้องมีคุณลักษณะอย่างน้อย ๕ ด้าน คือ ๑) มีคุณธรรมจริยธรรม ๒) มีความรู้ความสามารถในการเข้าใจ นึกคิด และนำเสนอข้อมูลและเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ๓) มีทักษะทางปัญญา ๔) มีทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ๕) มีทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

๕. โครงการ "ปรับคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็ก" โดยเพิ่มเงินรายหัวให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาเป็นคนละ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อปี ชั้นมัธยมศึกษาคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี และปรับปรุงประสิทธิภาพมาตรฐานของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีคุณภาพของชุมชน มีจำนวนนักเรียนไม่ลดลงและชุมชนมีส่วนร่วมให้มีคุณภาพ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๘๘๘,๗๐๐,๐๐๐ บาท

๖. โครงการ "โรงเรียนดีประจำตำบล" ได้ปรับปรุงมาตรฐานและคุณภาพโรงเรียนในชนบท โดยได้จัดเป็นโครงการนำร่องในปีที่ผ่านมา ๑๘๒ โรงเรียน ใช้งบประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาท และได้ขยายผลเป็นจำนวน ๗,๐๐๐ โรงเรียน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ใช้งบประมาณ ๒,๒๐๐ ล้านบาท โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ๗-๗-๗ ในการขับเคลื่อน

๗. โครงการ "พัฒนาโรงเรียนดีประจำอำเภอ" ๒,๕๐๐ โรง และ "โรงเรียนไปสู่ระดับมาตรฐานสากล" ๕๐๐ โรง กลุ่มโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนนานาชาติให้มีมาตรฐานไปสู่สากล จำนวน ๑,๐๐๐ โรง ขับเคลื่อนและดำเนินการโดยการประชุมทางไกล จัดทำสื่อ จัดประชุมสัญจร ๕ ภูมิภาค จัดเครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษา และจัดตั้งภาคีเครือข่าย รวมทั้งมีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘

๘. โครงการ "จัดตั้งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค" โดยพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยทั้ง ๑๒ แห่ง ปรับปรุงค่ารายหัวเป็น ๙๔,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี เพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เป็นฐานในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้นแบบและกระตุ้นการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยจะเริ่มรับนักเรียนในปี ๒๕๕๔

๙. โครงการ "พัฒนาคุณภาพครูทั้งระบบ" ได้เร่งรัดการพัฒนาครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ได้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๕,๘๔๑,๗๗๖,๔๐๐ บาท เพื่อผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๕ปี) พัฒนาระบบสารสนเทศ โครงการคืนครูให้กับนักเรียน การพัฒนาครูด้วยระบบ e-Training การจัดทำระบบทะเบียนประวัติ (ก.พ.๗) อิเล็กทรอนิกส์ และการอบรมพัฒนาชีวิตด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาชีวิตด้วยการสร้างวินัยทางการเงิน

๑๐. โครงการ "ผลิตครูพันธุ์ใหม่" มีเป้าหมายการรับนักศึกษาจำนวน ๖ รุ่น รวม ๓๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔–๒๕๕๘ โดยรับนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ๓ ประเภท ได้แก่ รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๖ รับนักศึกษาครูระดับปริญญาตรีหลักสูตร ๕ ปีที่กำลังศึกษาชั้นปี ๔ และรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชาอื่น เข้าศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (๑ ปี)

๑๑. โครงการ "สร้างขวัญกำลังใจครู" โดยได้เสนอ พ.ร.บ.เงินเดือน/เงินวิทยฐานะฯ เพื่อให้ข้าราชการครูได้ปรับเพดานขั้นเงินเดือนประมาณร้อยละ ๘ แก้กฎ ก.ค.ศ. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงขึ้นเทียบเท่าวิชาชีพแพทย์และกฎหมาย เสนอเงินวิทยพัฒน์ฯ ปรับปรุงมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ผู้บริหารการศึกษาระดับจังหวัดเป็นระดับ ค.ศ. ๔ นอกจากนี้จะได้มีการปรับปรุงวิธีการประเมินวิทยฐานะแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นการประเมินผลงานครูและบุคลากรทางการศึกษาเชิงประจักษ์ เน้นการสนับสนุนครูสอนดี

๑๒. ดำเนินการถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา และจัดตั้ง "กองทุนครูของแผ่นดิน" เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความเป็นเลิศ เป็นครูต้นแบบ ส่งเสริมสนับสนุนครูในพื้นที่เสี่ยงภัย ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยกย่องเชิดชูเกียรติของครู

ไม่มีความคิดเห็น: