สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ผลการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ ๒/๒๕๕๔

รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาเรื่องสำคัญ ดังนี้

� การจัดทำงบประมาณกลางปี ได้มอบให้องค์กรหลักไปเตรียมการจัดทำงบประมาณให้สนองตอบต่อนโยบายการศึกษา ๘ ข้อ และนโยบาย ๖ เดือน ๖ คุณภาพ นอกจากนี้ให้นำนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต่อยอดเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป เช่น โรงเรียนดีประจำตำบล การศึกษาสำหรับเด็กพิการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั้ง ๑๒ แห่ง นอกจากนี้ให้ติดตามเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง และงบฯน้ำท่วม ที่อาจจะใช้งบประมาณในแผนปกติ โดยให้นำมาเข้าสู่การพิจารณาของบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ด้วย

� การจัดทำคำรับรองปฏิบัติราชการ ศธ.ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ สำนักงาน ก.พ.ร.ได้กำหนดตัวชี้วัดของ ศธ.มี ๑๒ ตัวชี้วัด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเดิมในปีที่แล้ว ๙ ตัวชี้วัด และมีตัวชี้วัดใหม่ ๓ ตัวชี้วัด คือ ๑) สัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาและสายสามัญศึกษา ตามเป้าหมายของ กนป. ๖๐ : ๔๐ ๒) อัตราการเรียนรู้หนังสือของประชากร อายุ ๑๕-๖๐ ปี ๓) ระดับความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวง ได้แก่ ยาเสพติด การปฏิรูปการศึกษา ฯลฯ
ทั้งนี้ได้มอบนโยบายว่า ตัวชี้วัดของ ศธ.จะต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง สามารถทำได้จริงเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และไม่เป็นภาระกับหน่วยงานเกินไป หากตัวชี้วัดใดซ้ำซ้อนจะได้เจรจากับ ก.พ.ร. เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ได้แก่ ตัวชี้วัดอัตราการเรียนรู้หนังสือของประชากร เพราะการเรียนรู้ของประชากรในปัจจุบันมีอัตราที่สูงขึ้น แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มคือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนวัยทำงาน ๓๒ ล้านคน แทนเรื่องอัตราตัวชี้วัดการอ่านหนังสือ โดยในช่วงระหว่างวันที่ ๑๐-๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ จะมีการประชุมเจรจาความเหมาะสมตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย และเกณฑ์การให้คะแนน ระหว่าง รมว.ศธ. กับองค์กรหลัก และคณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินผลของ ก.พ.ร.

� รายงานผลกิจกรรม “๒๕๕๔ ปีคุณภาพครู” แต่ละองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รายงานผลกิจกรรมดังกล่าว ซึ่ง ก.ค.ศ.ได้ดำเนินการเพิ่มเติมในการขับเคลื่อนเสนอร่างกฎหมายจัดตั้ง “กองทุนครูของแผ่นดิน” ขณะนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่จะเปลี่ยนชื่อจากกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เป็นกองทุนครูของแผ่นดิน โดยเจตนารมณ์ของกองทุนมีเป้าหมาย ๔ ประการ คือ
๑) เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
๒) เพื่อยกย่องอาชีพครูทุกระดับและทุกประเภทให้เป็นที่ปรากฏ
๓) เพื่อส่งเสริมให้ครูได้ศึกษาต่อ อบรมและวิจัย
๔) เพื่อสนับสนุนครูที่ปิดทองหลังพระ ครูในพื้นที่ชายแดน พื้นที่เสี่ยงภัย ท้องถิ่นทุรกันดาร ฯลฯ
สำหรับเงินกองทุนในขณะนี้ได้รับการรายงานว่ามียอดบริจาคทั้งหมด ๑๒๐ ล้านบาท ซึ่ง ศธ. จะดำเนินการรับบริจาคต่อไป

� เตรียมจัดงาน “สุดยอดเด็กไทย ก้าวใหม่ที่ไกลกว่า” โดยเป็นงานศิลปหัตถกรรมของนักเรียนระดับประเทศ ซึ่ง สพฐ.เตรียมที่จะจัดระหว่างวันที่ ๒๖-๒๘ มกราคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนิทรรศการเรื่องต่างๆ เช่น โครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ, ๖ เดือน ๖ คุณภาพ, โรงเรียนดีประจำตำบล, กองทุนครูของแผ่นดิน, จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, ทิศทางการพัฒนาการศึกษาของ สพฐ. ทั้งนี้ที่ประชุมได้ให้ สพฐ.เพิ่มเติมในเรืองจุดเน้นการเปลี่ยนกระบวนการสอน (Teaching) มาเป็นกระบวนการเรียนรู้ (Learning) และในเรื่องโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคด้วย

� แนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัย ถือเป็นนโยบายของ ศธ.และเป็นนโยบายปฏิรูปประเทศไทยของนายกรัฐมนตรี ที่จะดูแลเด็กอายุ ๐-๓ ปี และ ๓-๖ ปี เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะนี้รัฐบาลมีเป้าหมายจะจัดศูนย์ปฐมวัยหรือการจัดการศึกษาปฐมวัยให้ได้ ๒๙,๐๐๐ แห่ง โดยมอบให้ สพท.ดูแลโรงเรียนอนุบาลต้นแบบ ๘๐ โรงเรียน และโรงเรียนอนุบาลปฐมวัย ๑,๘๓๐ แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยให้มุ่งเน้นสภาพปัญหาการพัฒนาสมองเด็กไทย การปลูกฝังด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ตั้งแต่เด็กปฐมวัย และส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน โดยให้ สพท.เป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาปฐมวัย ส่วนโรงเรียนดีประจำตำบลเป็นต้นแบบในระดับตำบล

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายในเรื่องการจัดตั้งศูนย์การศึกษาเด็กปฐมวัยจำนวน ๔๐๐ ตำบล ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ ที่ประชุมจึงได้ให้ สพฐ. ไปสำรวจข้อมูลว่า ๔๐๐ ตำบลอยู่ที่ใดบ้าง และให้ดำเนินการจัดตั้งให้ครบภายในปี ๒๕๕๔ และให้ทำเป็นโรงเรียนคู่พัฒนา คือ โรงเรียนอนุบาลจังหวัดต้องเป็นโรงเรียนคู่พัฒนากับโรงเรียนดีประจำตำบลในระดับปฐมวัย และโรงเรียนดีประจำตำบลจะเป็นศูนย์ต้นแบบให้ศูนย์ปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: