สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

มติบอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบปรับเงินเดือนครูกว่า 1.4 หมื่นคน ขึ้นอีก 8 เปอร์เซ็นต์ โดยปรับขึ้นครั้งละ 1 ขั้น ย้ำ ปรับเฉพาะผู้มีเงินเดือนต่ำ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค. ศ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการการปรับเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มีผลให้ข้าราชการครูส่วนใหญ่จะได้ปรับเงินเดือน 8% ที่มีผลไปแล้วนั้น ในส่วนของข้าราชการครูประมาณ 14,428 คน ที่มีเงินเดือนต่ำกว่าอันดับเงินเดือนขั้นต่ำตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ นั้น ก.ค.ศ.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และได้ข้อสรุปกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะใช้วิธีพอกขั้นเงินเดือนให้ข้า ราชการครูฯกลุ่มนี้แล้ว โดยจะให้มีการปรับพอกเงินเดือนครั้งละ 1 ขั้นจนกว่าจะได้ปรับเงินเดือนถึงอันดับเงินเดือนขั้นต่ำดังกล่าว ดังนั้น ต่อไปนี้ข้าราชการครูฯ ทุกคนจะได้รับการปรับเงินเดือนกันทุกคนแน่นอน

นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า การปรับพอกเงินเดือนครั้งนี้ จะทำให้ข้าราชการครูกลุ่มเงินเดือนต่ำกว่าอันดับเงินเดือนขั้นต่ำจะได้ปรับ เงินเดือนสูงสุดปีละ 4 ขั้น เช่น ข้าราชการครูคนหนึ่งได้ปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เม.ย.1 ขั้น ก็จะได้ปรับเพิ่มอีก 1 ขั้นรวมเป็น 2 ขั้น และหากการปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนในช่วงปลายปีได้รับการปรับสูงสุดเช่นเดียว กันจะทำให้ได้ปรับเงินเดือนปีละ 4 ขั้น เป็นต้น ทั้งนี้ หลังจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ.จะได้แจ้งแนวทางดังกล่าวไปที่ให้เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศปฏิบัติ และดำเนินการกันต่อไป

“การปรับพอกขั้นเงินเดือนให้ กับข้าราชการครูกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์กว่าแนวทางที่มีข้าราชการครูบางคน บอกว่าน่าจะปรับให้ 8% ครั้งเดียวเลย ซึ่งจะได้ปรับเงินเดือนจริงแต่ก็จะไม่ได้ปรับมากเท่ากันแนวทางนี้ โดยเฉพาะข้าราชการครูที่เงินเดือนยังไม่มากจะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่ม เร็วขึ้น” รองเลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น: