สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สกศ.-วช.ลงนามความร่วมมือ

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 2/2556 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 ณ ห้องเวิลด์ด์บอลรูม บี ชั้น 23 โดยมีวาระเพื่อพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ 1) กรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ 2) ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 3) กรอบแนวทางและผลการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ประจำปี 2555

1. เห็นชอบกรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ (พ.ศ.2555-2558) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญ 8 ด้าน คือ
- พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทย
- สร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษา
- ปฏิรูปครูโดยยกฐานะวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง
- จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
- พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ
- เพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน
- การศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และคณะอนุกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้อง รับความเห็นจากที่ประชุมไปปรับรายละเอียดและวิธีการในด้านต่างๆ เพื่อให้เห็นความชัดเจนในการดำเนินการ แล้วจึงนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติต่อไป
2. เห็นชอบ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล
ที่ประชุมเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ ร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นการจัดทำเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลใน 7 ประเด็นหลัก รวมทั้งยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ตลอดจนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้ง 4 ภูมิภาคด้วย
สาระสำคัญของร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ดังนี้ “คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ พึ่งพาตนเองได้ และมีสำนึกในความเป็นไทย อยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข” โดยกำหนดเป้าหมาย คือ
- ปี 2556 จะเน้นการปรับปรุงปลักสูตรและการพัฒนาครู
- ปี 2557 จะดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในเรื่องประชาคมอาเซียนและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
- ปี 2558 นโยบายทุกข้อของรัฐบาลต้องสัมฤทธิ์ผล
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 ได้กำหนด 7 ยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ดังนี้
- พัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับทุกประเภท
- การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชากรทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม
- การปฏิรูปครูเพื่อยกฐานะครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง
- การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการฝึกอาชีพให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
- การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ
- การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ
- การเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) กรอบแนวทางและผลการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ประจำปี 2555 และรับทราบการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการระหว่างประเทศ ประจำปี 2556 ของ สกศ. (International Educational Conference 2013) เรื่อง การศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ รวมทั้งรับทราบการเตรียมการประชุมเชิงปฏิบัติการ 4 ภูมิภาค เรื่อง การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

“พงศ์เทพ” สั่งยุบ ร.ร.ขนาดเล็กไร้คุณภาพ
          “พงศ์เทพ” สั่งยุบ ร.ร.ขนาดเล็กเด็กน้อยไร้คุณภาพ ชี้หากมีร.ร.ใกล้เคียงคุณภาพดีให้โอนย้ายเด็กและยุบที่เดิมทิ้งทันที ขณะที่ร.ร.เดิมที่ยังอยู่ให้ปรับรูปแบบบริหารงานใหม่ ย้ำ สพฐ.มีแนวทางรองรับการดูแลเด็ก พร้อมแนะ ผอ.สพท.ให้ทำความเข้าใจชุมชนถึงเหตุจำเป็นเพื่อลดการต่อต้าน
          วานนี้ (8 พ.ค.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเพื่อรับฟังนโยบายเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียน 2556 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา นำไปดำเนินการ ถ้าโรงเรียนขนาดเล็กแห่งใดอยู่ในข่ายไม่จำเป็นต้องคงอยู่ ก็ให้ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนั้น โดยโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในข่ายควรยุบรวมนั้น จะเป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยมาก เป็นโรงเรียนที่ด้อยคุณภาพและมีโรงเรียนใกล้เคียงที่มีคุณภาพรองรับ ทั้งนี้ การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่ง จำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อลดการต่อต้านด้วย ซึ่งต้องชี้แจงให้ชุมชนเข้าใจว่า รัฐบาลไม่มีกำลังและงบประมาณจะพัฒนาโรงเรียนทุกแห่งและไม่สามารถนำงบประมาณจากเงินภาษีมาดูแลทุกโรงเรียนได้เท่าเทียมกัน แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้ว
          “ โรงเรียนขนาดเล็กบางแห่ง อย่างที่จ.สมุทรสาครมีนักเรียนแค่ประมาณ 20 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งนั้น ถามว่า อย่างนี้จะเปิดไว้ทำไม คุณภาพก็ไม่ได้ ขณะที่ โรงเรียนข้างเคียงที่มีคุณภาพก็อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ถ้ายุบโรงเรียนแล้วย้ายเด็กไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพมากกว่า จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวนักเรียนเองและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในภาพรวม ซึ่งแม้แต่ในต่างประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา ยังมีการปิดโรงเรียนขนาดเล็กแม้แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงวอชิงตัน ดีซีอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเห็นว่า โรงเรียนในย่านใดไม่มีประโยชน์จะคงไว้ แม้มีนักเรียน 60 คน หรือโรงเรียนขนาด 300 คน ยังถูกปิด” นายพงศ์เทพ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน เพราะ สพฐ.ได้จัดระบบรับส่งนักเรียนไว้รองรับแล้ว โดยได้เตรียมงบประมาณไว้จัดซื้อรถตู้รับส่งนักเรียน 1,000 คัน แต่ในบางพื้นที่ตนเห็นว่าอาจให้เอกชนเข้าประมูลรับไปบริหารจัดการแทน จะช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้มาก หรือในกรณีที่เด็กย้ายไปโรงเรียนใหม่ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก อาจจะจัดงบประมาณจัดซื้อจักรยานให้เด็ก จะเป็นวิธีที่ประหยัดกว่าการจัดรถรับส่งเสียอีก ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังคงอยู่นั้น จะต้องมีการบริหารจัดการใหม่ ใช้วิธีรวมกลุ่มกันจัดการเรียนการสอน นำครูและทรัพยากรที่แต่ละโรงเรียนมีอยู่มาใช้ร่วมกันเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพขึ้น
          ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กที่ สพฐ.ตั้งเป้ายุบรวมนั้น จะเป็น โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 60 คน ซึ่งก็ต้องไปสำรวจว่า โรงเรียนที่อยู่ในข่ายจะยุบได้ทันทีนั้น มีจำนวนเท่าใด ทั้งนี้ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ลงทั่วประเทศ มีจำนวนประมาณ 17,000 โรง จากจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นโรง
ASTVผู้จัดการออนไลน์



ไม่มีความคิดเห็น: