สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สถานีก.ค.ศ.: การโอนข้าราชการประเภทอื่นมาเป็นข้าราชการครู

ศิริพร กิจเกื้อกูล
          เลขาธิการ ก.ค.ศ.
          สวัสดีค่ะเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สัปดาห์นี้มีเรื่องเกี่ยวกับการโอนมาบอกกล่าว ดังนี้ค่ะ
          ในปัจจุบันมีข้าราชการประเภทอื่นและพนักงานส่วนท้องถิ่นขอโอนมาเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะการโอนมาดำรงตำแหน่งครูซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สอนเป็นจำนวนมาก ขณะนี้มีเรื่องที่ยังต้องพิจารณาที่สำนักงาน ก.ค.ศ. อยู่จำนวนหนึ่ง และมีผู้ติดตามสอบถามเป็นจำนวนมาก ขอเรียนว่าสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็อยากจะดำเนินการให้อย่างรวดเร็วแต่มีคำขอโอนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่อาจพิจารณาได้ เพราะข้อมูลที่ส่งไปประกอบการพิจารณามีปัญหาหลายประการ เช่น สำเนาทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ.7) ของผู้ขอไม่เป็นปัจจุบัน และหัวหน้าหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เก็บรักษามิได้เป็นผู้รับรองความถูกต้อง ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหมดอายุ จบปริญญาตรีการศึกษา เอกคณิตศาสตร์ แต่ชี้แจงว่าจะให้ไปสอบวิชาภาษาอังกฤษ หรือขอรับโอนผู้ที่จบในสาขาวิชาที่ไม่ใช่เป็นความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา ตำแหน่งข้าราชการครูในสถานศึกษาที่จะรับโอนเกินเกณฑ์แต่รายงานว่าครูขาดเกณฑ์ หรือพอดีเกณฑ์ หนังสือรับรองประสบการณ์การสอน หรือคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่สอน หรือสัญญาจ้างได้จัดทำขึ้นภายหลัง การชี้แจงเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ราชการมีลักษณะการชี้แจงที่ไม่ได้แสดงถึงเหตุผลความจำเป็นว่าเมื่อรับโอนมาแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาที่จะรับโอนเป็นพิเศษอย่างไร บางหน่วยงานชี้แจงว่าเมื่อรับโอนแล้วทำให้มีครูสอนนักเรียน การชี้แจงเช่นนี้เป็นการชี้แจงที่มีเหตุผล น้อยไปหน่อย
          จากปัญหาต่างๆ ดังกล่าว ขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. กำลังเร่งรัดการพิจารณาการรับโอนข้าราชการประเภทอื่นมาเป็นข้าราชการครู เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และใคร่ขอความร่วมมือหน่วยราชการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาว่าในการเสนอเรื่องไปให้ ก.ค.ศ.พิจารณา ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ได้จัดทำขึ้นจริงมิใช่จัดทำขึ้นภายหลัง การรับรองเอกสารรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร ความครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน เป็นต้น นอกจากนั้น ขอให้พิจารณาด้วยว่าหากรับโอนผู้ขอโอนรายนั้นๆ แล้ว ทางราชการ (สถานศึกษาหรือหน่วยงานทางการศึกษา) จะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง
          และนอกจากจะพิจารณาถึงคุณสมบัติทั่วๆ ไปแล้วควรจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของบุคคลนั้นในการดำรงตำแหน่งครูอีกด้วย เช่น การมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับการจะเป็นครูซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียน ความรู้ที่จะต้องใช้ในการที่จะพัฒนานักเรียน ความมีคุณธรรมจริยธรรม และในเรื่องอื่นๆ อันจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียน และส่งผลต่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป แล้วพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


เล็งเพิ่ม’รองผอ.-จนท.’ร.ร.เล็กก.ค.ศ.หวังลดงานธุรการแม่พิมพ์
      
 
          นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังจัดทำเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังของโรงเรียน โดยจะเพิ่มอัตรากำลังสายสนับสนุนการสอน เช่น การเพิ่มตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชี พัสดุ และเจ้าหน้าที่การประเมิน วัดผลคอมพิวเตอร์ เพื่อมาช่วยทำงานด้านบัญชี พัสดุ และการประเมินแทนครูในโรงเรียนเล็กหรือโรงเรียนที่มีความขาดแคลนครู จะทำให้ครูไม่ต้องไปทำงานด้านธุรการควบคู่กับการสอนเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในหลายโรงเรียน ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวนี้จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพให้โรงเรียนเล็กเพราะมีการเรียกร้องกันมามาก ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มตำแหน่ง ดังกล่าวแล้ว ก.ค.ศ.จะกำหนดตำแหน่งรอง ผู้อำนวยการโรงเรียนให้กับโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่มาก เพราะปัจจุบันจะกำหนดตำแหน่งรองผู้อำนวยการให้เฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนประมาณ 300 คนขึ้นไปเท่านั้น จึงทำให้โรงเรียนหลายแห่งที่ไม่เข้าเกณฑ์ จะมีเฉพาะตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยโรงเรียนที่มีความสลับซับซ้อน ก็อาจจะเพิ่มตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนให้ตามความเหมาะสมและจำเป็น เพราะบางโรงเรียน เวลาผู้อำนวยการโรงเรียนไปประชุมหรือไปราชการ ก็จะทำให้มีปัญหาในการบริหารงานได้
          เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อว่า สำหรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะเพิ่มขึ้น จะต้องทำหน้าที่สอนด้วย ไม่ใช่ตำแหน่งทางการบริหารเพียงอย่างเดียว เพราะจะช่วยเสริมประสิทธิภาพทางด้านการเรียนการสอนของเด็ก อีกทั้งยังทำให้มีความใกล้ชิดกับนักเรียนและโรงเรียน เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกำหนดไว้ว่าจะต้องสอนปีละกี่ชั่วโมง นอกจากนี้ ก.ค.ศ.จะเพิ่มความก้าวหน้าให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สอนอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็ก เช่นโรงเรียนชายขอบ โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัย โรงเรียนบนที่ราบสูง เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ จะต้องนำเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบต่อไป
--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 13 พ.ค. 2557

ไม่มีความคิดเห็น: