สวัสดีครับทุกท่าน เว็บไซต์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ให้เป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไป

ข่าวการศึกษา

สนทนา

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 16/2557 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องประชุมจันทรเกษม มีสาระสำคัญสรุปดังนี้

สถานศึกษาที่ประสบภัยแผ่นดินไหว  ที่ประชุมได้รับทราบสรุปความเสียหายของสถานศึกษาที่ประสบภัยแผ่นดินไหวในภาคเหนือ ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 พบว่ามีสถานศึกษาเสียหายจำนวน 157 แห่ง มูลค่าความเสียหายประมาณ 216 ล้านบาท สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก คือไม่มีห้องเรียน จำเป็นต้องสร้างห้องเรียนชั่วคราว รวมทั้งกรณีที่อาคารเสียหายทั้งหลังก็ต้องสร้างอย่างรวดเร็ว โดยจะขออนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินการต่อไป
ความก้าวหน้าเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  จากการหารือกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงการคลัง รองผู้จัดการ กยศ. รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยมีปลัด ศธ.เข้าร่วม ได้ข้อสรุปร่วมกันในการปรับเป้าหมายจำนวนผู้กู้ยืมปี 2557 เป็นจำนวน 818,896 ราย ประกอบด้วยผู้ยืมรายเก่าจำนวน 614,896 ราย และผู้ยืมรายใหม่จำนวน 204,000 ราย ซึ่งเป็นไปตามที่ ศธ.เสนอ ทำให้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 3,610 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณเห็นควรให้ กยศ. ดำเนินการเรื่องเงินคงค้างในสถานศึกษามาตรการในการบริหารหนี้ การให้ความสำคัญกับการให้กู้ยืมในสาขาวิชาที่ประเทศไทยต้องการและขาดแคลน ตลอดจนถึงการรวบรวมสถิติ การจัดสรรผู้กู้ การเปรียบเทียบจำนวนผู้กู้และวงเงินที่ให้กู้ยืมย้อนหลัง 5 ปี เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา อีกทั้งให้มีการรวบรวมผลการหารือเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกองทุน กยศ. ที่จะมีการประชุมในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
นอกจากนี้ ได้หารือกับผู้บริหารองค์กรหลักซึ่งเป็นผู้แทนใน กยศ. คือ ปลัด ศธ. และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อขอให้มีข้อสรุปโดยเร็ว และให้กระทรวงการคลังนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและผู้กู้สามารถใช้เงินได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้พบปัญหาว่าผู้กู้รายเก่ายังไม่มีการทำสัญญา เพราะฉะนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายต่อนักเรียนที่ยังไม่สามารถใช้เงินได้ จึงต้องเร่งรัดให้ผู้กู้รายเก่าทำสัญญาและของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้กู้ยืมรายใหม่ ระหว่างนี้ก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครองทราบว่าจะมีงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ล้มเลิกความตั้งใจในการศึกษาต่อ

การพัฒนาสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.)  มีการนำเสนอเกี่ยวกับการจัดทำร่างโครงสร้างในลักษณะของ “องค์การมหาชน” ซึ่งอยู่ในระหว่างรอประชุมรับฟังความคิดเห็น และกำลังเตรียมการเรื่องการพัฒนาหลักสูตรด้านกายภาพและด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ขณะนี้จำเป็นต้องเร่งพิจารณาแผนการพัฒนาครูทั้งระบบในภาพรวม ที่จะแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาครูทั้งระบบให้มีคุณภาพมากขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด การดำเนินการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพด้วยกระบวนการและวิธีการต่างๆ และต้องคิดเรื่องการพัฒนาสถาบันฯ ว่าจะมีบทบาท หน้าที่อย่างไรในแผนและกระบวนการพัฒนาครูทั้งระบบควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการที่รับผิดชอบจะนำข้อมูลไปศึกษาและพิจารณาต่อไปเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วต่อไป


ผลประชุม คกก.บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
ศึกษาธิการ - ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) เป็นประธานการประชุม ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น.

เห็นชอบเงินทุนหมุนเวียนกู้ปี 2558 จำนวน 561 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 322 ล้านบาท
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบประมาณการรายจ่ายเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 จำนวน 561 ล้านบาท ในขณะที่ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ได้จ่ายเงินให้กู้ยืมจำนวน 1,390 ราย เป็นเงิน 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 322 ล้านบาทจากปีงบประมาณที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแผนปฏิบัติการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล แผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 แผนปฏิบัติราชการ 4 ปีของ ศธ. รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์เงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู พ.ศ.2558-2560
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์เงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู พ.ศ.2558-2560 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 บรรเทาภาระหนี้สินที่จำเป็นและเร่งด่วนของข้าราชการครู มีเป้าประสงค์ให้ภาระหนี้สินของข้าราชการครูในสังกัด ศธ. ลดลงจนไม่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่และการดำรงชีวิต
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาข้าราชการครูให้ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าประสงค์ให้ข้าราชการครูดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  มีเป้าประสงค์ให้การบริหารงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 การใช้งานวิจัยนวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐานในการพัฒนาเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู มีเป้าประสงค์ให้หนี้ค้างชำระของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูมีอัตราลดลง
● เห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม ลูกหนี้ค้างชำระเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม ลูกหนี้ค้างชำระเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู โดยมีเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานอนุกรรมการ และผู้อำนวยการภารกิจกองทุนและสวัสดิการทางการศึกษา สำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ  โดยมีหน้าที่กำหนดมาตรการ วิธีการ และแนวทางในการกำกับ ติดตาม หนี้ค้างชำระ  รวมทั้งดำเนินการติดตามหนี้ค้างชำระ และดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับหนี้ค้างชำระ ตลอดจนจัดทำรายงานผลการดำเนินการติดตามหนี้ค้างชำระเสนอคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตประกอบการตรวจสอบงบการเงินของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553
ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีข้อสังเกตประกอบการตรวจสอบรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการสั่งการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 21 แห่ง ที่มีหนี้ค้างชำระเงินให้กู้ยืมประเภทฉุกเฉิน 10,000 บาท และ 20,000 บาท ดำเนินการติดตามเร่งรัดลูกหนี้ให้ชำระคืนให้เป็นไปตามระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้รายงานผลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบภายใน 60 วัน
จากการตรวจสอบ พบว่ามี สพป.จำนวน 2 แห่ง ได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นและส่งเงินคืนเงินทุนหมุนเวียนฯ ครบถ้วนแล้ว ส่วน สพป.อีก 19 แห่ง ได้มีหนังสือแจ้งให้เร่งรัดติดตามหนี้ค้างชำระ ซึ่งมีผลการดำเนินการจำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ
  • กลุ่มที่ 1 เร่งรัดติดตามให้ลูกหนี้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว
  • กลุ่มที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและติดตามเร่งรัดให้ชำระหนี้   ซึ่งที่ประชุมขอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ลงพื้นที่ประสานและติดตามหนี้ร่วมกับ สพป.
  • กลุ่มที่ 3 ได้แจ้งว่า ลูกหนี้เสียชีวิต เกษียณอายุ ถูกไล่ออก และไม่พบตัวลูกหนี้  ซึ่งที่ประชุมขอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ศึกษาหาแนวทางการดำเนินการเพื่อหาข้อยุติในกรณีเสียชีวิตและหาตัวไม่พบ
  • กลุ่มที่ 4 ยังไม่รายงานผลการดำเนินงาน  ซึ่งขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสั่งการเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการเร่งรัดติดตามหนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
● เห็นชอบการเปลี่ยนพนักงานทุนหมุนเวียน ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี เป็นตำแหน่งนักวิเคราะห์งบประมาณ
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนพนักงานทุนหมุนเวียน ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี อัตราว่าง 1 อัตรา เป็นนักวิเคราะห์งบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ที่จะต้องจัดทำคำขอประมาณการรายจ่ายประจำปี แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการตามกรอบแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และประเมินผลตามเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนประจำปี ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางด้านการบริหารเงิน เศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ในประเด็นต่างๆ เช่น รายงานสรุปผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ตั้งแต่ปี 2540-2557 ซึ่งมีข้าราชการครูได้รับการช่วยเหลือจำนวนกว่า 50,000 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 3,500 ล้านบาท โดยมีสถานะลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนฯ คงเหลือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 จำนวนทั้งสิ้น 5,454 สัญญา เป็นหนี้เงินกู้จำนวนกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งสถานะการเงินของเงินทุนหมุนเวียนฯ ณ เดือนเมษายน 2557 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,516 ล้านบาท

ข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรี

ไม่มีความคิดเห็น: